Home Movies Don’t Look Up หนังหายนะของโลกที่จิกกัดการทำงานของรัฐบาล, ระบบทุนนิยมและสื่อได้อย่างเจ็บแสบ

[รีวิว] Don’t Look Up หนังหายนะของโลกที่จิกกัดการทำงานของรัฐบาล, ระบบทุนนิยมและสื่อได้อย่างเจ็บแสบ [Movie]

[Review] Don’t Look Up [2021]

Don’t Look Up ภาพยนตร์จาก Netflix Original แนว Black Comedy จากฝีมือการเขียนบท, กำกับ และอำนวยการสร้างโดย Adam McKay

รับชมได้ทาง Netflix

Don't Look Up [2021]

เนื้อเรื่อง/เรื่องย่อ
เรื่องราวของ Dr. Randall Mindy ศาสตราจารย์ด้านดาราศาสตร์ และ Kate Dibiasky นักศึกษาปริญญาเอกด้านดาราศาสตร์ ผู้ค้นพบดาวหางขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางประมาณ 9 กิโลเมตรดวงหนึ่งโดยบังเอิญในขณะที่เธอกำลังศึกษาการระเบิดของดวงดาวในจักรวาลอยู่

หลังจากที่เธอและ ด็อกเตอร์แรนดอล ได้ลองคำนวณทิศทางการโคจรของดาวหางดวงนี้แล้วก็พบว่าทิศทางการโคจรของมันกำลังตรงมายังโลกของเรา และจะพุ่งเข้าชนโลกในอีก 6 เดือนกับ 14 วันข้างหน้านี้

พวกเขาจึงพยายามติดต่อไปยังองค์การนาซ่าโดยมี Dr. Teddy Oglethorpe หัวหน้าหน่วยประสานงานป้องกันดาวเคราะห์โลก เป็นผู้ประสานงานในการเข้าแจ้งเหตุต่อ Janie Orlean ประธานาธิบดีแห่งสหรัฐฯ เพื่อให้หาทางเตรียมตัวรับมือและป้องกันถึงมหันตภัยอันร้ายแรงที่จะเกิดขึ้นนี้

เรื่องราวการเสียดสีจิกกัดแวดวงการเมือง, รัฐบาล, สื่อของอเมริกา และระบบทุนนิยมจึงได้เริ่มต้นขึ้น

ความรู้สึกหลังดูจบ
เรื่องราวที่นำเสนอออกมาคือบ้าบอมากๆ ฮะ มันสะท้อนภาพจริงที่เราอยากจะพูดมันออกมาดังๆ ได้อย่างเหมาะเจาะเลยทีเดียว เป็นภาพยนตร์ที่เสียดสีสังคม, ระบบทุนนิยมที่มีบทบาทต่อประเทศ, รวมถึงวิจารณ์การทำงานของรัฐบาลและสื่อได้อย่างเจ็บแสบเลยฮะ และถึงแม้ในเรื่องจะเป็นการเสียดสีรัฐบาลและสังคมของอเมริกาก็ตาม แต่ในหลายๆ แง่มุมก็อดนึกถึงสถานกาณ์ในบ้านเราไม่ได้เลยฮะ

หลายๆ ประโยคหลายๆ เรื่องราวที่ตัวละครสบถด่าต่อรัฐบาลอเมริกาในเรื่อง ก็เป็นสิ่งที่เราก็อยากจะตะโกนออกไปดังๆ ให้ถึงผู้ใหญ่ในบ้านเราเหมือนกัน

และนี่ก็คือภาพยนตร์อีก 1 เรื่องที่มีการเล่าเรื่องได้สนุกมากและไม่มีช่วงน่าเบื่อเลย ทั้งๆ ที่เป็นหนังที่มีแต่คุยกันทั้งเรื่อง ซึ่งใครที่คาดหวังว่าจะได้ดูฉากวินาศสันตะโรหรือฉากแอ็คชั่นเดือดๆ อะไรประมาณนั้น แนะนำให้คุณเปลี่ยนไปดูเรื่องอื่นได้เลยฮะ

ที่ชอบที่สุดเลยก็เห็นจะเป็นฉากจบที่อยู่ในช่วง End Credit แรก (เรื่องนี้มีฉากในช่วง End Credit 2 ฉาก) ซึ่งถือว่าเป็นฉากจบในแบบที่เกินคาดมากฮะ ไม่คิดว่าจะเล่นมุกนี้ส่งท้าย

หนังได้นักแสดงระดับแม่เหล็กฝีมือจัดจ้านอย่าง Leonardo DiCaprio และ Jennifer Lawrence มารับบท 2 นักดาราศาสตร์ซึ่งเป็นบทนำของเรื่อง พ่วงด้วยดารามากความสามารถอีกหลายคนมาร่วมสมทบไม่ว่าจะเป็น Meryl Streep ในบทประธานาธิบดีแห่งสหรัฐฯ ที่คอยแต่หาวิธีการสร้างคะแนนเสียงก่อนการเลือกตั้งครั้งใหม่, Cate Blanchett พิธีกรสาวสุดสตรองที่ในเรื่องนี้ดูสวยและมีเสน่ห์มากๆ, Ron Perlman วีรบุรุษสงครามแห่งกองทัพสหรัฐฯ ผู้บ้าคลั่งในความเป็นอนุรักษ์นิยมแบบชาวอเมริกันชนรุ่นเก่า, Mark Rylance มหาเศรษฐีอันดับ 3 ของโลกที่เป็นฐานเสียงใหญ่ของรัฐบาลสหรัฐฯ และคอยหาทุกโอกาสเพื่อผลประโยชน์ของตัวเอง, Jonah Hill ลูกชายหัวแก้วหัวแหวนของประธานาธิบดีสหรัฐฯ, Timothée Chalamet เด็กหนุ่มเสเพลที่มีครอบครัวเคร่งศาสนา และสุดท้ายที่ไม่พูดถึงไม่ได้เลยก็คือ Ariana Grande ในบทนักร้องสาวสุดฮ็อตที่ในเรื่องนี้ก็ได้มีการโชว์พลังเสียงสะกดคนดูได้อย่างน่าจดจำอีกด้วย

สรุป >> ให้ไป 8 เต็ม 10 เลยฮะ สำหรับการนำเสนอเนื้อหาที่จิกกัดรัฐบาล สังคม ระบบทุนนิยม และสื่อได้อย่างเจ็บแสบ ไม่เหมาะกับคนที่ต้องการดูหนังแนวโลกถล่ม CG หนักๆ

สุดท้ายนี้ ก็ขอฝากเพจไว้ด้วยเช่นเคย คลิกกันเข้าไปอ่านเรื่องอื่นๆ เพิ่มเติมกันได้เลยฮะ

Exit mobile version