[รีวิว] ผจญภัยในห้วงอวกาศไปกับ “Passengers” [Movie]

[REVIEW] Passengers (คู่โดยสารพันล้านไมล์) [2016]


Passengers (คู่โดยสารพันล้านไมล์) ภาพยนตร์แนว Sci-Fi ที่มีบรรยากาศของความเป็นภาพยนตร์โรแมนติก-ดราม่าตลอดทั้งเรื่อง เขียนบทภาพยนตร์โดย Jon Spaihts กำกับการแสดงโดย Morten Tyldum

Passengers: คู่โดยสารพันล้านไมล์ [2016]

เรื่องย่อ/เนื้อเรื่อง
เรื่องราวกล่าวถึงเหตุการณ์ในอนาคต ว่าด้วยการเดินทางไปยังอาณานิคมยังดวงดาวแห่งใหม่ชื่อว่า Homestead II ซึ่งอยู่ห่างไกลจากโลกมาก ต้องใช้เวลาเดินทางถึง 120 ปี จึงจะเดินทางถึงจุดหมาย ดังนั้น ทั้งลูกเรือและผู้โดยสารทั้งหมดจำนวนกว่า 5,000 คนจึงต้องเข้าสู่สภาวะจำศีลบนยานอวกาศ Starship Avalon ซึ่งเป็นยานอวกาศของบริษัทเอกชน ที่ดำเนินธุรกิจ ในการขนส่งและจัดตั้งอาณานิคม ให้แก่ผู้ที่สนใจ

แต่แล้ว หลังจากที่ออกจากเดินทางมาได้ประมาณ 30 ปี ก็ได้เกิดอุบัติเหตุที่ไม่คาดฝันขึ้น ทำให้ Jim Preston (นำแสดงโดย Chris Pratt) และ Aurora Lane (รับบทโดย Jennifer Lawrence) ต้องตื่นจากสภาวะจำศีลก่อนกำหนด และพวกเขาก็ไม่สามารถกลับเข้าไปจำศีลต่อในแคปซูลได้อีก นั่นคือ พวกเขาต้องใช้ชีวิตบนยานอวกาศลำนี้ไปอีกถึง 90 ปี กว่าจะเดินทางไปถึงจุดหมาย

ส่วนสาเหตุของการตื่นจากสภาวะจำศีล หรือเรื่องราวจะเป็นยังไงต่อไป คงต้องไปดูกันเองนะฮะ ไม่อยากสปอย (เผื่อใครที่ยังไม่ได้ดู)

Passengers: คู่โดยสารพันล้านไมล์ [2016] - Jim Preston (นำแสดงโดย Chris Pratt)
Passengers: คู่โดยสารพันล้านไมล์ [2016] - Aurora Lane (รับบทโดย Jennifer Lawrence)

ความรู้สึกหลังดูจบ
สิ่งแรกที่ประทับใจเลยคือ เจน ลอว์ สวยมากกกกก ดูเป็นผู้หญิงที่มีเสน่ห์มากๆ แม้จะอยู่ในชุดเสื้อผ้าแบบธรรมดาก็เถอะ

รองลงมาก็เป็นเรื่องของ CG ที่ถึงแม้จะมีไม่มาก แต่ก็ถือว่าทำออกมาได้โอเค มุมกล้องและการถ่ายภาพ ก็ดีนะ ภาพสวย ช่วยสื่อสารทางด้านอารมณ์ได้ดี การออกแบบฉากก็สวยงาม

ภาพยนตร์เรื่องนี้ น่าจะเรียกได้ว่า เป็นภาพยนตร์แนวโรแมนติก-ดราม่า ที่มีพื้นหลังเป็นภาพยนตร์ไซไฟ ซึ่งโดยรวม แล้ว ก็ถือว่างานดีในระดับกลางๆ ดูได้เรื่อยๆ แต่มีหลายๆ ส่วนที่ดูไม่สมเหตุสมผลอีกมาก แนวทางเรื่อง ก็เหมือนจะเลือกไม่เด็ดขาด ว่าต้องการจะนำเสนอเนื้อเรื่องไปในทิศทางไหน จึงกลายเป็นว่า จับเอามาทั้งหมด ทั้งโรแมนติก ทั้งดราม่า ทั้งไซไฟผจญภัย สุดท้ายแล้ว ทำให้องค์รวม ดูขาดๆ เกินๆ ไปหมด และนั่นเอง ที่ทำให้แก่นสารหลายๆ อย่างที่ตัวภาพยนตร์ต้องการจะสื่อ ไปไม่ถึง “คนดู” อย่างที่ควรจะเป็น

ช่วงที่ดีงามที่สุด น่าจะเป็นช่วงของฉากโรแมนติกทั้งหลาย ที่ทำได้ดี จิกหมอนมาก ในส่วนของดราม่า ก็ทำได้ในระดับ เอาตัวรอดได้ ทั้งๆ ที่เนื้อเรื่อง ยังสามารถเล่นอะไรหนักๆ ได้อีกเยอะ ซึ่งความดีความชอบต้องยกให้กับ “เจน ลอว์” (อีกแล้ว) ที่สามารถถ่ายทอดอารมณ์ออกมาได้ดีมาก

ในช่วง End Credits ทีมงานได้เลือกเอาเพลง Levitate ของศิลปิน Imagine Dragons มาใช้ ซึ่งถือว่าโอเคเลย เข้ากับอารมณ์ตอนจบของเรื่องดี

สรุป จะว่าไป จริงๆ แล้ว ภาพยนตร์เรื่องนี้มันดีมากเลยนะ เพียงแต่ มันทำได้ไม่ถึง ไปได้ไม่ไกลอย่างที่มันควรจะเป็นนั่นแหละ

สุดท้ายนี้ ก็ขอฝากเพจไว้ด้วยเช่นเคย คลิกกันเข้าไปอ่านเรื่องอื่นๆ เพิ่มเติมกันได้เลยฮะ

Facebook Comments