[รีวิว] Ad Astra ภารกิจตะลุยดาว หนังที่ทำให้รู้สึกอึนและมึนงงมากหลังจากดูจบ [Movie]

[Review] Ad Astra ภารกิจตะลุยดาว (2019)


Ad Astra ภารกิจตะลุยดาว ภาพยนตร์แนว Sci-Fi Adventure จากผลงานการแสดงของ Brad Pitt และ Tommy Lee Jones ร่วมด้วย Ruth Negga, Liv Tyler และ Donald Sutherland

เขียนบทภาพยนตร์โดย James Gray และ Ethan Gross
กำกับภาพยนตร์โดย James Gray

เนื้อเรื่อง/เรื่องย่อ
เรื่องราวของพันโท Roy McBride (รับบทโดย Brad Pitt) นักบินอวกาศมากฝีมือแต่กลับมีชีวิตครอบครัวที่ล้มเหลว เขาถูกฝึกมาให้สามารถตัดขาดอารมณ์ความรู้สึกออกจากหน้าที่และภารกิจได้อย่างเด็ดขาด ทุกการตัดสินใจต้องใช้แต่ข้อมูลเท่านั้น จึงทำให้เขาสามารถควบคุมและกดสภาวะจิตใจของตัวเองให้สงบลงได้ภายใต้สถานการณ์ความกดดันต่างๆ ได้เป็นอย่างดี

วันหนึ่งได้เกิดคลื่นการระเบิดของพลังสุริยะที่มีอานุภาพรุนแรง ซึ่งคลื่นดังกล่าวได้ส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อโลกและดวงดาวอื่นๆ ในระบบสุริยะจักรวาล และจากการตรวจสอบก็พบว่า คลื่นดังกล่าวไม่ได้เกิดขึ้นเองตามธรรมชาติ แต่น่าจะเกิดจากการทดลองของ H. Clifford McBride (รับบทโดย Tommy Lee Jones) 1 ในนักบินอวกาศของโครงการลับที่ชื่อว่า Lima Project โครงการที่ตั้งขึ้นเพื่อทำภารกิจในการออกเดินทางสำรวจพื้นที่นอกระบบสุริยะจักรวาล โดยมุ่งหวังที่จะได้ติดต่อสื่อสารกับสิ่งมีชีวิตผู้ทรงภูมิจากต่างดาว และได้หายสาบสูญไปอย่างไร้ร่องรอยมากว่า 16 ปี

หลังจาก US Space Command (SpaceCom) ได้ตรวจสอบต้นทางของคลื่นการระเบิดดังกล่าว ก็ได้พบกับสัญญาณของ โครงการลิม่า ซึ่งอยู่แถวๆ บริเวณดาวเนปจูน นั่นเองจึงทำให้ทาง SpaceCom ได้มอบหมายภารกิจสำคัญให้กับ รอย เพื่อเดินทางไปหยุดยั้งการกระทำดังกล่าวของ คริฟฟอร์ด ผู้ที่เป็นพ่อของเขาเอง

ความคิดเห็นหลังดูจบ
อึนมากฮะ จบแบบมึนๆ งงๆ คือพูดได้เต็มปากเลยว่า นี่คือหนังอีกเรื่องหนึ่งที่เราถูกตัวอย่างหนัง “หลอก” เข้าอย่างจัง เพราะจากตัวอย่างเราคาดหวังว่าหนังมันจะต้องเป็น Action Sci-Fi ที่ลุ้นระทึกตลอดทั้งเรื่องแน่ ยิ่งได้ ทอมมี่ ลี โจนส์ กับ แบรด พิตต์ มาร่วมแสดงด้วยแล้ว ต้องมันส์แน่ๆ

แต่กลับกลายเป็นว่าฉากแอ็คชั่นในเรื่อง เอาเข้าจริงๆ มีอยู่ไม่เกิน 3 ฉาก ฉากละไม่เกิน 10 นาทีเท่านั้น ส่วนที่เหลือหนังไปเล่นกับประเด็นปมในจิตใจและความสัมพันธ์กับผู้คนรอบข้างของตัวละคร รอย ซะมากกว่า

และที่แย่ยิ่งกว่าคือความ “พยายาม” ในการผสมผสานความเป็นดราม่า, ฉากแอ็คชั่นมันส์ๆ และภารกิจลุ้นระทึก เอาไว้ด้วยกัน แต่กลับกลายเป็นว่ามันไม่มีความเข้ากันเลย ตลอดเวลาที่ได้ดู อารมณ์มันแทบจะกระโดดไปกระโดดมา เหมือนคนเป็นไบโพลาร์อ่ะนะ จึงกลายเป็นว่าเราไม่สามารถที่จะอินกับอะไรในเรื่องที่ต้องการจะสื่อสารออกมาได้เลย

พลังดาราของ แบรด พิตต์ และ ทอมมี่ ลี โจนส์ แทบจะไม่สามารถช่วยอะไรหนังได้เลย คือ เอาใครมาเล่นก็ได้อ่ะฮะ

จริงๆ ถ้าหนังตัดส่วนที่เป็นแอ็คชั่นออกไป และเน้นไปยังปมปัญหาจริงๆ เน้นดราม่า, ปรัชญาและจิตวิทยา ไปเลยเพียว น่าจะออกมาดีกว่านี้มาก

ท้ายนี้ ก็ขอฝากเพจไว้ด้วยเช่นเคย คลิกกันเข้าไปอ่านเรื่องอื่นๆ เพิ่มเติมกันได้เลยฮะ

Facebook Comments
japanese movies CDJapan