[รีวิว] Knights of the Zodiac กับความพยายามในการบุกตลาดอนิเมะของ NETFLIX [Animation]

[Review] Knights of the Zodiac: Saint Seiya (2019-Present)


Knights of the Zodiac อนิเมชั่นซีรีย์ของค่าย TOEI Animation ที่ลงฉายทางช่อง NETFLIX ซึ่งเป็นการนำมังงะดังยุค 80 เรื่อง Saint Seiya (聖闘士星矢(セイントセイヤ),  Seinto Seiya) ของอาจารย์ Masami Kurumada มาดัดแปลงและตีความใหม่ อำนวยงานสร้างโดย Yoshi Ikezawa และ Joseph Chou กำกับโดย Yoshiharu Ashino

เนื้อเรื่อง/เรื่องย่อ
Alman Kido (คิโดะ มิสึมาสะ) และ Vander Guraad 2 เพื่อนสนิทและหุ้นส่วนทางธุรกิจ ที่มีชื่อเสียงและประสบความสำเร็จอย่างมากทางด้านแวดวงที่เกี่ยวกับระบบข้อมูลข่าวสาร จากการค้นหาและซื้อขายดาต้าข้อมูลต่างๆ

ในวันหนึ่งเมื่อ 15 ปีก่อน ทั้งสองคนได้เดินทางไปยังเกาะแห่งหนึ่งในทะเลอีเจียน และบังเอิญได้พบกับ โกลด์เซนต์ไอโอรอส ที่กำลังนอนบาดเจ็บสาหัสอยู่ ไอโอรอส ได้แสดงนิมิตให้ อัลแมน และ แวนเดอร์ เห็นถึงข้อมูลสำคัญอันน่าตกใจว่า ทุกๆ 200-300 ปี จะเกิดสงครามระหว่างเทพขึ้นบนพื้นโลก นำโดย เฮดีส เทพแห่งยมโลก และ โพไซดอน เทพแห่งมหาสมุทร ซึ่งในช่วงเวลานั้นเอง เทพีอาธีน่า จะลงมาจุติเพื่อทำการปกป้องมนุษย์โลกจากมหนตภัยร้าย ทางด้าน เฮดีส และ โพไซดอน จึงได้วางแผนที่จะสังหาร เทพีอาธีน่า ก่อนที่จะคืนพลังเต็มที่ เพื่อหวังที่จะครอบครองโลก และเมื่อใดที่เทพีอาธีน่าได้พบกับภยันตราย เหล่าเซนต์ก็จะปรากฏตัวขึ้นเพื่อปกป้องเทพีอาธีน่าจะอันตรายเหล่านั้น

ก่อนที่ ไอโอรอส จะเสียชีวิต เขาได้ฝากฝังให้ อัลแมน ช่วยดูแลทารกน้อยคนหนึ่งที่อยู่อยู่ในอ้อมกอดเขา ซึ่งเชื่อว่า นั่นคือร่างจุติของ เทพีอาธีน่า ในยุคสมัยนี้ พร้อมกับมอบชุด โกลด์คลอธ ให้ดูแลรักษาและเก็บเป็นความลับไว้ให้ดี

หลังจากนั้น ทั้ง อัลแมน และ แวนเดอร์ จึงได้กลับมาเก็บรวบรวมข้อมูลและศึกษาเรื่องราวเกี่ยวกับ เซนต์ และ แซงค์ทัวรี่ ซึ่งเป็นองค์กรที่ดูแลเหล่าเซนต์ทั้งหมดอย่างหนัก และยิ่งเรียนรู้เมากท่าไหร่ แวนเดอร์ ก็ยิ่งรู้สึกว่าตัวเขาเองต่างหากที่จะต้องเป็นคนต่อสู้กับเหล่าทวยเทพ ด้วยการรวบวมข้อมูลต่างๆ  เพื่อนำไปพัฒนาอาวุธและสร้างกองทัพเซนต์ของตัวเขาเอง และนั่นเอง สงครามระหว่าง แวนเดอร์ และ แซงทัวรี่ จึงได้เริ่มต้นขึ้น

ในขณะที่ อัลแมน ยังคงเชื่อมั่นในพลังของ เทพีอาธีน่า ว่าจะสามารถช่วยเหลือโลกได้ เขาจึงได้ออกตามหาเหล่าเด็กหนุ่มสาวที่มีพลังแฝงและมีโอกาสที่จะปลุกพลังเหล่านั้นให้ตื่นขึ้นมาในฐานะ เซนต์ ผู้ปกป้อง เทพีอาธีน่า ได้

และคนแรกที่ อัลแมน ได้พบ ก็คือเด็กหนุ่มที่ชื่อ เซย่า เด็กหนุ่มกำพร้าที่ในวัยเด็กเขาต้องพลัดพรากจาก แพทริเชีย (เซกะ) พี่สาวคนเดียวของเขาการการถูกบุกเข้ามาโจมตีโดยกลุ่มทหารกลุ่มหนึ่ง แต่ก่อนที่จะเกิดอันตรายใดๆ ขึ้นกับ แพทริเชีย ได้มี โกลด์เซนต์ คนหนึ่งเข้ามาช่วยเหลือพวกเขา และพาตัว แพทริเชียหายไปอย่างลึกลับ ทิ้งไว้เพียง เซย่า ให้ต้องใช้ชีวิตอย่างโดดเดี่ยวเพียงลำพัง จนกระทั่ง เซย่า เติบโตขึ้นมาเป็นวัยรุ่น เขาบังเอิญไปมีเรื่องกับแก้งค์อันธพาลกลุ่มหนึ่ง จนได้เผลอปลดปล่อยพลังคอสโม่ออกมาโดยที่เขาก็ไม่รู้อะไรเลย และนั่นเองจึงทำให้ อัลแมน เชื่อว่า เซย่า คือผู้ที่เกิดภายใต้กลุ่มดาวเปกาซัส 1 ในผู้ถูกเลือกที่จะถือกำเนิดมาเป็น เซนต์ ปกป้องเทพีอาธีน่า และ แซงค์ทัวรี่ ที่เขากำลังตามหาอยู่

อัลแมน ได้แนะนำให้ เซย่า เดินทางไปที่เกาะเคมอสเพื่อฝึกฝนเป็น บรอนเซนต์ และนำชุดคลอธ เปกาซัส กลับมาให้ได้เพื่อทำหน้าที่ปกป้อง เทพีอาธีน่า ตามนิมิตของ โกลด์เซนต์ไอโอรอส ซึ่งแม้ตัว เซย่า เองจะยังไม่เชื่อในพลังของตัวเองก็ตาม แต่เพื่อตามหาเบาะแสของ แพทริเชีย พี่สาวของเขา ซึ่ง อัลแมน ได้ให้ข้อมูลว่าน่าจะอยู่ที่เกาะเคมอสด้วยเช่นกัน เซย่า จึงต้องจำใจเดินทางไปยังสถานที่ดังกล่าว และแล้วการผจญภัยของ เซย่า จึงได้เริ่มต้นขึ้น

เนื้อเรื่องช่วงเริ่มต้นก็จะประมาณนี้นะฮะ ไม่เล่าต่อแระ ลองไปหาดูกันต่อเอาเองนะฮะ

ความรู้สึกหลังจากได้ดู
ในส่วนของโครงเรื่องหลัก ยังคงเดินตามต้นฉบับอยู่ แต่ในแง่ของรายละเอียดค่อนข้างที่จะมีความแตกต่างจากในเวอร์ชั่นต้นฉบับอยู่พอสมควร และด้วยความที่ Season แรก มีเพียงแค่ 6 ตอน แต่ทางผู้สร้างได้หยิบเนื้อหาจากต้นฉบับตั้งแต่เริ่มต้นจนถึงช่วงจบศึก Black Saint ที่มีเนื้อหาค่อนข้างจะยาวอยู่พอสมควร จึงทำให้ทางผู้สร้าง ต้องรวบรัดเนื้อหาดังกล่าว ให้จบภายใน 6 ตอน และนั่นเองคือจุดเสียจุดหนึ่ง เพราะตัวซีรีย์จะเดินเรื่องเร็วและรวบรัดเอามากๆ จนไม่สามารถให้รายละเอียดของเหตุผล, แรงจูงใจและอารมณ์ร่วมต่างๆ ได้เลย

และในส่วนของรายละเอียดของ Season 1 ที่แตกต่างจากเวอร์ชั่นต้นฉบับ พอจะสรุปคร่าวๆ ได้ประมาณนี้

  • ไม่มีการพูดถึงกฎบังคับให้เซนต์ที่เป็นผู้หญิงต้องสวมใส่หน้ากากเสมอ และห้ามมิให้ผู้ใดเห็นใบหน้าที่แท้จริงภายใต้หน้ากากนั้น
  • กล่องที่ใช้เก็บชุดครอธ แต่เดิมเป็นกล่องใบใหญ่ๆ เทอะทะ จะไปไหนทีก็ต้องเอาแบกขึ้นหลังไปด้วย ก็เปลี่ยนมาเป็นในรูปของป้ายห้อยคอ (เหมือนป้ายชื่อคล้องคอของทหาร) ซึ่งอันนี้คือดีนะ ดูเหมาะสมกว่าการแบกกล่องใบใหญ่ๆ เยอะเลย (การเปลี่ยนในส่วนนี้ ถูกเปลี่ยนมาตั้งแต่ในอนิเมะเรื่อง Saint Seiya: Legend of Sanctuary เมื่อปี 2014 แระ)
  • ศึกกาแลคเซี่ยนวอร์สถูกปรับสเกลลงมา จากการแข่งขันที่มีการประชาสัมพันธ์ไปทั่วประเทศและมีคนดูมากมาย กลายเป็นการต่อสู้ของเหล่าบรอนด์เซนต์ 10 คน ที่ อัลแมน คัดเลือกมาแล้ว ให้มาทำการต่อสู้กันเพื่อแย่งชิง โกลด์คอรธซาจิธาเรียส ภายในสถานที่ลับ
  • เหล่าบรอนด์เซนต์ทั้ง 10 คนที่เข้าสู้ศึกกาแลคเซี่ยนวอร์ส ไม่ได้เป็นเด็กกำพร้าจากมูลนิธิคิโตะและไม่เคยรู้จักกันมาก่อน
  • อัลโดเมด้า ชุน ถูกเปลี่ยนคาแรคเตอร์จาก ผู้ชาย เป็น ผู้หญิง ที่ดูฉลาดและพึ่งพาได้ แถมน่ารักอีกต่างหาก
  • ฉากที่ เซียนน่า (คิโดะ ซาโอริ) หรือร่างจุติของ เทพีอาธีน่า แต่งตั้งให้ Pegasus Seiya (เปกาซัส เซย่า), Dragon Long (ดรากอน ชิริว), Cygnus Magnus (ซิกนัส เฮียวงะ) และ Andromeda Shaun (อัลโดเมดา ชุน) เป็นเซนต์แห่งอาธีน่าผู้ปกป้อง แซงค์ทัวรี่ ทำออกมาได้เหมือนกับตอนที่กษัตริย์ของประเทศอังกฤษแต่งตั้งตำแหน่งอัศวินให้กับนักรบเลย
  • การต่อสู้ จะไม่ใช่เป็นเพียงการต่อสู้ระหว่างเหล่าเซนต์เท่านั้น แต่ยังมีการต่อสู้ระหว่างเหล่าเซนต์กับกองกำลังทหารรับจ้างที่มีอาวุธยุทโธปกรณ์มากมายอีกต่างหาก
  • ที่มาและรูปลักษณ์ของ Black Saint ต่างออกไปจากเดิม
  • ใน Season แรกนี้ ชุดครอธของบรอนด์เซนต์ทุกคน ยังไม่มีใครสวมเกราะส่วนหัวเลย

และจากการปรับเปลี่ยนรายละเอียดต่างๆ ที่ว่ามา ทำให้ Saint Seiya ในเวอร์ชั่นของ NETFLIX นี้ ให้ความรู้สึกเหมือนดูหนังที่เกี่ยวกับการต่อสู้ของเหล่าผู้มีพลังพิเศษ กับมนุษย์ธรรมดาไปซะงั้น (ให้ความรู้สึกคล้ายกับตอนที่ดูหนังตระกูล X-Men เลย)

สรุป >> สำหรับ Season แรก คิดว่าแฟนเก่าๆ ของ Saint Seiya ที่ติดตามมาโดยตลอด น่าจะรู้สึกขัดอกขัดใจกันอยู่พอสมควร ส่วนแฟนรุ่นใหม่ๆ ก็อาจจะพอรับได้บ้าง แต่ก็ไม่แน่ใจว่าจะสนุกกับเนื้อเรื่องที่มันดูห้วนๆ แบบนี้หรือเปล่านะ

ไว้ถ้า Season 2 ออกมาเมื่อไหร่ จะมาโม้ให้ฟังเพิ่มเติมนะฮะ

อ้อ!!! เกือบลืมพูดถึงเพลงเปิด-ปิดเลย ในส่วนของเพลงเปิดนั้น เป็นการนำเพลง Pegasus Fantasy มาทำดนตรีและใส่เนื้อร้องใหม่เป็นภาษาอังกฤษ โดยใช้ชื่อเพลงว่า Pegasus Seiya เล่นโดยวง The Struts ที่ฟังดูแล้วรู้สึกแปลกๆ ไม่ค่อยมันส์เหมือนเวอร์ชั่นต้นฉบับแฮะ ส่วนเพลงปิดคือเพลง Somebody New เพลงแนว Ballad Rock เล่นโดยวง The Struts เช่นกัน เพลงนี้คือเพราะเลย โดนมาก

ท้ายนี้ ก็ขอฝากเพจไว้ด้วยเช่นเคย คลิกกันเข้าไปอ่านเรื่องอื่นๆ เพิ่มเติมกันได้เลยฮะ

Facebook Comments
japanese movies CDJapan