[รีวิว] Dragon Ball Super ภาคต่ออย่างเป็นทางการของ Dragon Ball [Manga]

Dragon Ball Super [2015 - Present]
Dragon Ball Super [2015 - Present]

[REVIEW] Dragon Ball Super [2015 – Present]

Dragon Ball Super ลิขสิทธิ์ฉบับภาษาไทย

– จัดพิมพ์และจัดจำหน่ายโดยสำนักพิมพ์ NED Comics
– ราคาปก 65 – 95 บาท (และมีแนวโน้มว่าจะยังคงขึ้นไปเรื่อยๆ)
– ไม่มีหน้าสี
– ณ วันที่เขียนรีวิวออกถึงเล่ม 15 (ต้นฉบับภาษาญี่ปุ่นออกถึงเล่ม 19 เมื่อวันที่ 4 สิงหาคม 2022)

ผลงานภาคต่ออย่างเป็นทางการของ ดรากอนบอล ซีรีส์การ์ตูนญี่ปุ่นเรื่องดังแห่งยุค 90 โดยที่อาจารย์ Toriyama Akira จะยังคงเป็นคนแต่งเนื้อเรื่อง แต่ในส่วนการวาดนั้นได้อาจารย์ Toyotarou ซึ่งเป็นลูกศิษย์ของอาจารย์ โทริยาม่า มาเป็นคนลงลายเส้น ก็ถือว่าวาดออกมาได้ดี และมีความใกล้เคียงกับลายเส้นเดิมของอาจารย์ โทริยาม่า เลยทีเดียว

เรื่องย่อ/เนื้อเรื่อง
เป็นการดำเนินเรื่องราวหลังจากจบศึกจอมมารบูไม่นานนัก โดยได้นำเนื้อหาจากภาพยนตร์เรื่อง ดราก้อนบอล Z ศึกสงครามเทพเจ้า และ ดราก้อนบอล Z การคืนชีพของฟรีเซอร์ มาเล่าเรื่องและขยายความใหม่อีกครั้งเพื่อเชื่อมโยงเข้าสู่เนื้อหาใหม่

ในเล่มแรกก็จะเป็นการพบกันครั้งแรกของโกคู กับ เทพเจ้าแห่งการทำลายล้าง บิลส์ ที่ตื่นขึ้นมาจากการหลับไหลอย่างยาวนาน เพราะฝันร้ายถึงศัตรูตัวฉกาจที่ถูกเรียกว่า Super Seiya God ด้วยความสนใจ เทพเจ้า บิลส์ จึงได้เดินทางออกตามหา จนในที่สุดก็ได้พบตัว และด้วยเหตุนี้เองที่เป็นจุดเริ่มต้นของร่างใหม่ของโกคู

ก่อนจะปิดท้ายเล่มแรกด้วยการเริ่มต้นเปิดศึกการต่อสู้กับนักสู้จากจักรวาลที่ 6

พอเข้าสู่ฉบับรวมเล่ม เล่ม 2 จะเป็นเรื่องราวของศึกการต่อสู้กับนักสู้จากจักรวาลที่ 6 ซึ่งในจักรวาลที่ 6 นี้ มีเทพเจ้าแห่งการทำลายล้างที่ชื่อ แชมป้า เป็นผู้ดูแล และด้วยความที่ แชมป้า และ บิลส์ เป็นพี่น้องฝาแฝด ที่มักจะขัดแย้งและแข่งขันกันอยู่เสมอในทุกๆ เรื่อง นี่จึงเป็นสาเหตุของการเกิดศึกในครั้งนี้

และปิดท้ายเล่ม 2 ด้วยการมาถึงของ ทรังค์ จากโลกอนาคตที่หลบหนีการโจมตีของโกคูแบล็ค มายังโลกปัจจุบัน

เล่ม 3 จะเป็นเรื่องราวการต่อสู้ของ ทรังค์ จากโลกอนาคต ที่หลบหนีการตามล่าของ โกคูแบล็ค ศัตรูผู้มีพลังมากมาย จนแม้กระทั่ง ทรังค์ ในร่างของ Super Seiya ยังมิอาจต่อกรได้

โกคู และ เบจิต้า จึงได้เดินทางไปยังโลกอนาคตดังกล่าว เพื่อจัดการกับ โกคูแบล็ค

เรื่องราวคร่าวๆ ของ 3 เล่มแรกก็จะประมาณนี้นะฮะ

ความรู้สึกหลังจากได้อ่าน
เนื่องจากนี่เป็นครั้งแรกที่ฉบับมังงะถูกสร้างตามหลังฉบับอนิเมะ ดังนั้น จึงมีการปรับเปลี่ยนการดำเนินเรื่องไปในหลายๆ จุด ซึ่งบางจุดก็ถือว่าทำออกมาได้ดี แต่อีกหลายๆ จุดที่ทำออกมาได้ไม่ดีเท่าที่ควร และนั่นเอง ที่ทำให้หลีกเลี่ยงไม่ได้เลยที่จะต้องขอเปรียบเทียบกับฉบับอนิเมะด้วยในบางจุด

เริ่มจากในส่วนของเนื้อหาการนำเสนอนั้น บางช่วงบางตอนก็มีการนำเสนอที่มาที่ไปที่แตกต่างออกไปไม่เหมือนกับในฉบับอนิเมะ และในบางช่วงก็รวบรัดตัดตอน จนแทบจะอ่านไม่รู้เรื่องเลย มีการ Time Skip ในหลายๆ จุด เช่น การได้ร่างใหม่ของทั้ง เบจิต้า และโกคู ที่อยู่ๆ ก็สามารถแปลงร่างได้เลย โดยการกล่าวถึงที่มาของร่างนี้ เป็นการเล่าเรื่องผ่านกรอบตัวอักษร 2-3 กรอบเท่านั้น และนั่นก็หมายถึง ก็ตัดเนื้อหาในส่วนของการฟื้นคืนชีพของ ฟรีซเซอร์ ออกไปทั้งหมด เป็นต้น (เชื่อว่าหากไม่ได้ดูอนิเมะมาก่อน งงแน่นอน) 

ซึ่งการตัดเนื้อหาและที่มาของหลายๆ สิ่งเหล่านี้ไปนั้น ก็ทำให้เสน่ห์อย่างหนึ่งของซีรีส์ Dragon Ball ขาดหายไปเยอะ ซึ่งเสน่ห์ที่ว่าก็อย่างเช่น ความพยายามในการต่อสู้กับอุปสรรคเพื่อข้ามขีดจำกัดของตัวเองของทั้ง เบจิต้า และโกคู เป็นต้น

การตีความบุคลิกของตัวละครหลายๆ ตัว ก็มีความแตกต่างกับฉบับอนิเมะพอสมควร เช่น การตีความบุคลิกนิสัยของตัวละคร ฮิตโตะ หรือ ฮิต (นักสู้จากจักรวาลที่ 6) ที่แตกต่างจากเวอร์ชั่นอนิเมะอย่างเห็นได้ชัด 

จากเดิมที่ในอนิเมะนั้น เราจะเห็นถึงความสุขุม เยือกเย็นของ ฮิตโตะ รวมถึงฝีมือที่เก่งกาจอย่างมาก สมกับที่เป็นนักฆ่าอันดับ 1 ของจักรวาลที่ 6

แต่ในฉบับมังงะ เราจะได้เห็นถึงบุคลิกที่แตกต่างออกไป เช่น ความสุขุมเยือกเย็นที่มีน้อยกว่า, มีความรู้สึกสนุกและความตื่นเต้นกับการต่อสู้ที่มากกว่า (ซึ่งตอนที่แมวอ่านครั้งแรก แมวรู้สึกคุ้นเคยกับบุคลิคนิสัยแบบนี้มาก คือ ให้ความรู้สึกเหมือนที่เคยสัมผัสได้จากตอนเห็นเซลร่างสุดท้าย)

หรือบุคลิกนิสัยของ เบจิต้า ที่กลายเป็นตัวโจ๊ก ตัวติงต๊องไปแล้วในฉบับอนิเมะ ก็กลับมาเข้ารูปเข้ารอยเหมือนเดิมในฉบับมังงะ แต่ลดดีกรีความโหดลงไปเยอะมาก (ซึ่งแตกต่างจากที่เคยเป็นใน Dragon Ball Z) และดูเหมือนจะเข้าขากันได้ดีกับ คาคาลอต ซะด้วย (เข้ากันได้ดีกว่าในฉบับอนิเมะซะอีก) 

แต่ก็อาจจะมองได้ว่า ความอ่อนโยนที่ได้มา เนื่องมาจากการได้สภาพแวดล้อมความเป็นอยู่ในปัจจุบันก็เป็นได้

Dragon Ball Super [2015 - Present]

สรุป >> ให้ไป 7.5 เต็ม 10 นะฮะ ความสนุก ความมันส์และความฮายังคงมาตราฐานเดิม แต่เพิ่มเติมคือความงุนงง ดังนั้น คุณควรจะหาฉบับอนิเมะมาดูประกอบกันไปด้วยจะดีกว่านะฮะ

สุดท้ายนี้ ก็ขอฝากเพจไว้ด้วยเช่นเคย คลิกกันเข้าไปอ่านเรื่องอื่นๆ เพิ่มเติมกันได้เลยฮะ  

Facebook Comments