[รีวิว] Fast & Furious 9 และแล้วชาวแฟมิลี่ก็ได้ไปตะลุยอวกาศกันซะที [Movie]

[Review] Fast & Furious 9 (เร็ว…แรงทะลุนรก 9) [2021]

Fast & Furious 9 (เร็ว…แรงทะลุนรก 9, F9: The Fast Saga) ภาพยนตร์ Action สุดมันส์ที่กำกับโดย Justin Lin ผู้กำกับคนเดิมที่คุมจักรวาล Fast Saga นี่มาตั้งแต่ภาค 3 (Tokyo Drift) ที่ออกฉายเมื่อปี 2006 จนมาถึง Fast & Furious 6 ที่ออกฉายไปเมื่อปี 2013 และเว้นภาค 7 และ 8 ไป จนกระทั่งกลับมากำกับอีกครั้งในภาคนี้ พร้อมกับการเขียนบทร่วมกับ Daniel Casey

และเนื่องจากสถานการณ์โควิด-19 ที่กำลังระบาดไปทั่วโลกอยู่ ณ ตอนนี้ ทำให้โรงภาพยนตร์ในหลายๆ ประเทศต้องปิดการให้บริการไปก่อน ซึ่งก็รวมถึงในบ้านเราด้วยเช่นกัน จึงทำให้โปรแกรมการฉายที่ได้วางเอาไว้ก็ต้องถูกเลื่อนออกไป และก็ยังไม่รู้ว่าจะถูกเลื่อนไปจนถึงเมื่อไหร่นะฮะ

ทำให้ในที่สุดทาง Universal Picture ซึ่งเป็นผู้จัดจำหน่ายต้องตัดสินใจนำภาพยนตร์เรื่องนี้ไปลงฉายทางช่องสตรีมมิ่งอย่าง Prime Video ให้ได้ชมกัน (แต่ในบ้านเรายังเข้าชมไม่ได้นะฮะ)

Fast & Furious 9 (เร็ว…แรงทะลุนรก 9) [2021]

เนื้อเรื่อง/เรื่องย่อ
2 ปีผ่านไปหลังจากการเผชิญหน้ากับผู้ก่อการร้ายทางไซเบอร์ที่ชื่อ Cipher (รับบทโดย Charlize Theron) ทั้ง Dominic Toretto (รับบทโดย Vin Diesel) และ Letty Ortiz (รับบทโดย Michelle Rodriguez) ก็ได้วางมือจากวงการอาชญากรรมและการแข่งขันรถเพื่อหลบหนีมาใช้ชีวิตแบบเรียบง่ายอยู่ด้วยกันพร้อมกับเลี้ยงดู Brain Marcos ลูกชายตัวน้อยของ ดอม กับ Elena Neves

วันหนึ่ง Roman Pearce (รับบทโดย Tyrese Gibson), Tej Parker (รับบทโดย ChrisLudacrisBridges) และ Ramsey (รับบทโดย Nathalie Emmanuel) ได้เดินทางมาหาพวกเขาเพื่อแจ้งข่าวการบุกโจมตีเครื่องบินของ Mr. Nobody (รับบทโดย Kurt Russell) และจับตัวทั้ง มิสเตอร์โนบอดี้ กับ ไซเฟอร์ ไป

ดอม และ เล็ตตี้ จึงตัดสินใจเข้าร่วมทีมกับทั้ง 3 คนเพื่อออกตามหา มิสเตอร์โนบอดี้ และ สินค้าอันตรายบางอย่างที่ มิสเตอร์โนบอดี้ ได้ขนมาด้วยที่บริเวณทางตะวันตกเฉียงเหนือของประเทศมอนติควินโต ซึ่งเป็นบริเวณที่เครื่องบินตก

และจากปฏิบัติการค้นหาในครั้งนี้ จึงทำให้พวกเขาได้รู้ว่าการบุกโจมตีเครื่องบินของ มิสเตอร์โนบอดี้ ในครั้งนี้ มี Jakob Toretto (รับบทโดย John Cena) น้องชายของ ดอม เป็นผู้ที่อยู่เบื้องหลัง

นั่นจึงทำให้ MiaToretto (รับบทโดย Jordana Brewster) น้องสาวของ ดอม และ เจคอบ ต้องกลับเข้ามาร่วมมือกับ ดอม ในการที่จะหยุด เจคอบ โดยปล่อยให้ Brian O’ Connor (ตัวละครของ Paul Walker) เลี้ยงลูกอยู่ที่บ้าน

และแล้วศึกสายเลือด ทอเร็ตโต ก็ได้เริ่มต้นขึ้น

ความรู้สึกหลังดูจบ
เชื่อว่าแฟนๆ หนังแฟรนไชส์ชุดนี้น่าจะรู้อยู่แล้วว่า การที่จะดูหนังชุดนี้ให้สนุกได้ คุณต้องถอดตรรกะและความสมเหตุสมผลออกจากสมองไปก่อนเลยนะฮะ

และสำหรับภาคนี้ก็เช่นเดียวกัน หนังสร้างสรรค์ฉากแอ็คชั่นสุดเดือดที่เวอร์วังอลังการมาเสิร์ฟให้กับเราตลอดทั้งเรื่องเลยฮะ คือเดือดจริงและมันส์จริง ซึ่งก็ต้องยอมรับเลยว่าทีมผู้สร้างเค้าไอเดียบรรเจิดสุดๆ

แต่ถ้ามองในแง่ของบทหนัง ภาคนี้ค่อนข้างที่จะอ่อนกว่าภาคอื่นๆ อย่างเห็นได้ชัดเลยฮะ คือจริงๆ แล้วพลอตดีนะฮะ แต่การนำเสนอไม่ค่อยจะโอเคเท่าไหร่ ดูยังไงก็ไม่อินกับดรามาพี่น้อง แถมแรงจูงใจในการกระทำหลายๆ จุดของตัวละครแต่ละตัวก็ดูแปลกๆ เหมือนแค่จับยัดๆ มันลงไปเพื่อให้เรื่องมันเดินหน้าไปได้แค่นั้น

สิ่งดีอย่างหนึ่งของหนังที่นอกเหนือจากฉากแอ็คชั่นสุดมันส์แล้วก็เห็นจะเป็นการเล่าถึงปูมหลังของ ดอม กับครอบครัวตั้งแต่ในช่วงสมัยวัยรุ่น แต่ก็อย่างที่บอกไปตอนต้นแหละฮะว่าเหมือนแค่จับๆ ยัดมันลงไป เพราะเนื้อหามันเบาโหวงมากจนแทบจะไม่ได้ช่วยให้หนังดูมิติอะไรมากขึ้นมาได้เลย กลายเป็นว่าเสียของเลยฮะ

เและที่น่าสียดายสุดๆ ก็คือ การที่อุตส่าห์ดึงตัวละครอย่าง Han Jue (รับบทโดย Sung Kung) กลับมาใช้งาน แต่กลับไม่ใช้งานให้เต็มประสิทธิภาพ เหมือนแค่เอากลับมาเพื่อเอาใจแฟนๆ แทนที่ตัวละคร Luke Hobbs ซึ่งรับบทโดย The Rock (Dwayne Johnson) ที่ไม่กลับมาร่วมงานด้วย

ฮาน จึงกลายเป็นแค่ตัวประกอบที่แทบจะเป็นส่วนเกินของหนังเฉยเลย และนอกจาก ฮาน ที่ได้กลับมาร่วมทีมแล้ว ก็ยังมีตัวละครเก่าๆ อีกหลายๆ ตัวที่กลับมาโผล่มากันคนละนิดคนละหน่อยเช่นเดียวกับในภาค 8 (นี่ก็ทำเสียดายของมาก) เช่น Magdalene Shaw (รับบทโดย Helen Mirren), Sean Boswell (รับบทโดย Lucas Black), Twinkie (รับบทโดย Bow Wow), Earl (รับบทโดย Jason Tobin) และ Santos (รับบทโดย Don Omar) รวมถึงตัวละคร Gisele Yashar (รับบทโดย Gal Gadot) ที่มีโผล่มาแจมในภาคนี้ด้วย (แต่จะมายังไงไม่ขอสปอยนะฮะ)

และใครที่ชอบแซวๆ กันว่า เดี๋ยวทีมฟาสต์นี่ต้องได้ออกไปตะลุยอวกาศแน่ๆ คุณได้สมใจกันแล้วฮะในภาคนี้ เพราะทีมแฟมิลี่นี้เค้าได้ซิ่งรถออกไปตะลุยอวกาศกันแล้วจริงๆ เพราะฉะนั้นต่อไปนี้อะไรก็เกิดขึ้นได้แล้วฮะ 

ก็อย่างที่บอกไว้แหละฮะ ว่าให้ถอดตรรกะความสมเหตุสมผลออกไปให้หมดก่อนที่คุณจะดูหนังตระกูลนี้

Fast & Furious 9 (เร็ว…แรงทะลุนรก 9) [2021]

สรุป >> ให้ไป 7.5 เต็ม 10 นะฮะ หนังจัดเต็มกับฉากแอ็คชั่นสุดมันส์และเวอร์วังอลังการมาก แต่ในด้านเนื้อเรื่องกลับไม่มีอะไรแปลกใหม่ หนังยังคงเดินเรื่องตามสูตรเดิมเป๊ะๆ

ท้ายนี้ ก็ขอฝากเพจไว้ด้วยเช่นเคย คลิกกันเข้าไปอ่านเรื่องอื่นๆ เพิ่มเติมกันได้เลยฮะ

Facebook Comments