[รีวิว] Godzilla vs Kong ศึกครั้งสำคัญของสัตว์ยักษ์ 2 สายพันธุ์ [Movie]

[Review] Godzilla vs Kong (ก็อดซิลล่า ปะทะ คอง) [2021]

Godzilla vs Kong (ก็อดซิลล่า ปะทะ คอง) ภาพยนตร์แนว Monster Action ซึ่งเป็นภาคที่ 4 ของจักรวาล Legendary’s MonsterVerse ต่อจาก Godzilla (2014), Kong: Skull Island (2017) และ Godzilla: King of the Monster (2019)

กำกับโดย Adam Wingard ที่ฝากผลงานล่าสุดจากเรื่อง Death Note เวอร์ชั่น Netflix ปี 2017

โดยจะเล่าเรื่องราวการปะทะกันครั้งแรก (ในจักรวาล Legendary’s MonsterVerse) ของ Godzilla ที่เปรียบเสมือนตัวแทนของสัตว์ยักษ์จากประเทศญี่ปุ่น กับ Kong ที่เปรียบเสมือนตัวแทนของสัตว์ยักษ์จากประเทศอเมริกา

เนื้อเรื่อง/เรื่องย่อ
หนังเล่าเรื่องราวเหตุการณ์ 5 ปีหลังจากศึกการปะทะกันของ Godzilla กับ King Ghidorah ในหนังเรื่อง Godzilla: King of the Monster (2019)

เมื่อ คอง ถูกกลุ่มมนุษย์คอยเฝ้าตรวจสอบและสังเกตการณ์อยู่ในพื้นที่ส่วนของเกาะกะโหลก โดยมี Jia (รับบทโดย Kaylee Hottle) เด็กสาวกำพร้าที่มีสายใยมิตรภาพอันแน่นแฟ้นและสามารถสื่อสารกับ คอง ได้ คอยอยู่เป็นเพื่อน

ในขณะที่อีกซีกโลกหนึ่ง หลังจากเงียบสงบมาโดยตลอด 5 ปี จู่ๆ ก็อดซิลล่า ก็บุกเข้าโจมตีเมือง Pensacola, Florida ซึ่งเป็นที่ตั้งของบริษัท APEX CYBERNETICS บริษัทยักษ์ใหญ่ทางด้านเทคโนโลยีหุ่นยนต์และระบบ A.I ด้วยเหตุผลบางอย่างที่ไม่มีใครรู้จนพังพินาศไปทั้งเมือง

Madison Russull (รับบทโดย Millie Bobby Brown) ลูกสาวของ Dr. Mark Russell (รับบทโดย Kyle Chandlier) นักวิทยาศาสตร์ของบริษัท Monarch ซึ่งเคยมีความผูกพันกับ ก็อดซิลล่า มาตั้งแต่ต้นนั้น เชื่อว่าต้องมีสาเหตุบางอย่างที่ทำให้ ก็อดซิลล่า เกิดอาการคลุ้มคลั่งบุกทำลายบ้านเมือง เธอจึงพยายามออกตามหาต้นเหตุและหยุดมันให้ได้ โดยมี Josh Valentine (รับบทโดย Julian Dennison) เพื่อนของเธอคอยให้การช่วยเหลือ และ Bernie Hayes (รับบทโดย Brian Tyree Henry) ช่างเทคนิคของบริษัท APEX CYNEMATICS คอยให้ข้อมูล

ทางด้าน Dr. Nathan Lind (รับบทโดย Alexander Skarsgård) นักธรณีวิทยาของบริษัท Monarch ได้ค้นพบพื้นที่ที่อยู่ใต้ผิวโลกที่ถูกเรียกว่า Hollow Earth ซึ่งเขาเชื่อว่าจะเป็นแหล่งพลังงานแห่งใหม่ของโลกที่สามารถนำมาใช้ประโยชน์ได้ แต่พวกเขายังไม่สามารถหาทางเข้าไปยังพื้นที่ดังกล่าวได้ แต่เขาเชื่อว่า คอง จะสามารถพาพวกเขาเดินทางเข้าไปยังพื้นที่นั้นได้

นาธาน จึงพยายามเกลี้ยกล่อมให้ Dr. Ilene Andrews (รับบทโดย Rebecca Hall) นักภาษาศาสตร์มนุษย์วิทยาของบริษัท Monarch และเป็นแม่บุญธรรมของ เจีย ซึ่งทำหน้าที่รับผิดชอบดูแลการควบคุมตรวจสอบและดูแล คอง บนเกาะกะโหลก ให้ยินยอมเคลื่อนย้าย คอง ไปยัง Antarctica ที่เชื่อกันว่าจะทางเข้าไปสู่ดินแดน Hollow Earth นั้นเอง

ปฎิบัติการเคลื่อนย้าย คอง จากเกาะกะโหลกไปสู่แอนตาร์กติกก็ได้เริ่มขึ้น พร้อมกับการปรากฎตัวของ ก็อดซิลล่า ที่พุ่งเข้าโจมตี คอง ที่อยู่ในระหว่างการเดินทางอย่างบ้าคลั่ง

และแล้วการปะทะกันของ 2 สัตว์ยักษ์ก็ได้เริ่มต้นขึ้น

ความรู้สึกหลังดูจบ
ดูเหมือน อดัม วินการ์ด จะจับทางได้ว่าคนที่มารอดูหนังมอนสเตอร์ต้องการอะไร เพราะเปิดมาฉากแรกเขาก็จัดให้เราเห็นสภาพความเป็นอยู่ของพี่คองทันที แม้จะยังไม่ได้มีฉากวินาศสันตะโรอะไรก็ตาม แต่อย่างน้อยก็เหมือนเป็นการบอกเป็นนัยๆ ให้กับคนดูแล้วว่า เดี๋ยวคุณจะได้เห็นอะไรมันส์ๆ แน่นอน และจากนั้นอีกไม่นานประมาณนาทีที่ 10 ความวินาศสันตะโรก็โผล่ออกมาให้คนดูได้สนุกกับมันทันที และคราวนี้ก็ไม่ได้มาแบบมืดๆ ซะด้วย แสงสีเสียงจัดเต็มมากฮะ เห็นกันแบบชัดๆ จะๆ กันเลยทีเดียว

สนุกและมันส์มากฮะ แถมซีนที่พี่คองตีกับพี่ก็อดจิก็ไม่ใช่มีแค่แบบผ่านๆ เท่านั้นนะฮะ จัดเต็ม 2 ซีนใหญ่ๆ กันเลย และไม่ใช่มีเพียงแค่นั้นนะฮะ เพราะที่ซีนเหล่ามอนสเตอร์ยักษ์ตีกันก็ยังมีอีกหลายซีนเลยทีเดียว อีกทั้งเซอร์ไพร์ซท้ายเรื่องที่เป็นไคลแม็กซ์ของเรื่องก็จัดฉากแอ็คชั่นแบบหนักมาก สะใจคนดูเลยฮะ

พูดได้เต็มปากเลยว่า งานด้านภาพ CG แสง สี และเสียง คือดีงามมากฮะ

ทางด้านพาร์ทของมนุษย์ในภาคนี้ แม้จะทำหน้าที่ได้ดีขึ้นกว่าภาคก่อนๆ และดูจะมีความสำคัญกับการดำเนินเรื่องมากขึ้นเล็กน้อยก็ตาม แต่ตัวละครก็ยังคงไร้มิติอยู่เช่นเคย

สรุป >> ให้ไปเลย 8.5 เต็ม 10 ฮะ สำหรับฉากแอ็คชั่นที่จัดหนักมาให้เสพกันอย่างจุใจเลยฮะ พูดได้เต็มปากว่าภาคนี้เป็นภาคที่ดีที่สุดของหนังในจักรวาล Legendary’s MonsterVerse ฮะ

ท้ายนี้ ก็ขอฝากเพจไว้ด้วยเช่นเคย คลิกกันเข้าไปอ่านเรื่องอื่นๆ เพิ่มเติมกันได้เลยฮะ

Facebook Comments