[REVIEW] The Cloverfield Paradox [2018]
The Cloverfield Paradox ภาพยนตร์แนว Sci-Fi Horror ที่เป็นผลงานลำดับที่ 3 ในจักรวาล Cloverfield ซึ่งจากเดิมที่ตั้งใจว่าจะออกฉายทางโรงภาพยนตร์ แต่ด้วยเหตุผลภายในจึงทำให้ต้องเลื่อนกำหนดการฉาย จนในที่สุดต้องย้ายมาฉายทาง NETFLIX แทน
อำนวยการสร้างโดย J.J Abram
กำกับโดย Julius Onah
นำแสดงโดย Daniel Brühl, Elizabeth Debicki, Aksel Hennie, Gugu Mbatha-Raw, Chris O’Dowd, John Ortiz, David Oyelowo และ Zhang Ziyi (จางซิยี่)
เรื่องย่อ/เนื้อเรื่อง
เรื่องราวถึงเหตุการณ์ในช่วงปี 2018 ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่โลกถึงภาวะวิกฤตขาดแคลนพลังงาน ดังนั้นนานาประเทศมหาอำนาจทั่วโลกจึงต้องร่วมกันในการแก้ไขปัญหานี้ ก่อนที่จะเกิดสงครามแย่งชิงพลังงานไปทั่วโลก
เหล่านักวิทยาศาสตร์ระดับหัวกะทิแขนงต่างๆ จึงถูกเรียกมารวมตัวกันเพื่อทำการทดสอบเครื่องเร่งอนุภาค “เชพพาร์ด” บนสถานีอวกาศ “โคลเวอร์ฟีลด์” ซึ่งหากการทดลองการยิงอนุภาคนี้เป็นผลสำเร็จ จะช่วยให้เกิดพลังงานอิสระที่นำมาใช้ได้ไม่มีวันหมด
สำหรับภารกิจนี้ ทีมนักวิทยาศาสตร์ทุกคนต้องเดินทางขึ้นไปประจำการและทำการทดลองบนสถานีอวกาศ “โคลเวอร์ฟีลด์” ที่โคจรอยู่เหนือชั้นบรรยากาศของโลก และในระหว่างการทดลองยิงเครื่องเร่งอนุภาคนี้ ก็ได้เกิดข้อผิดพลาดขึ้น ส่งผลกระทบร้ายแรงต่อโครงสร้างของมิติเวลา จนทำให้เกิด Time Paradox ขึ้น
และนั่นเอง คือสาเหตุที่ทำให้เกิดเรื่องราวสยองขวัญที่เกิดขึ้นตามมามากมาย
ความคิดเห็นหลังดูจบ
ตลอดทั้งเรื่อง หนังให้บรรยากาศชวนกดดันและอึดอัดในแนวทางหนังสยองขวัญได้เป็นอย่างดี โดยเฉพาะในช่วงต้นถึงกลางๆ เรื่อง ชวนให้นึกถึงหนังสยองขวัญบนยานอวกาศเรื่อง Event Horizon เลย ทั้งบรรยากาศภายในตัวสถานีอวกาศ รวมถึงปริศนาต่างๆ ที่ประเคนเข้ามา
แต่จุดที่ไม่ค่อยชอบใจเท่าไหร่นักคือในช่วงท้ายของหนังที่ดีกรีความตื่นเต้นและลุ้นระทึกกลับลดลงไปอย่างมาก ทั้งๆ ที่ช่วงต้น-กลางเรื่องนี่บิ้วท์อารมณ์มาได้ดีแล้วแท้ๆ แต่พอเข้าช่วงไคลแม็กซ์ดันกลายเป็นหนังเอาตัวรอดจากสถานีอวกาศดาดๆ ไปซะงั้น จริงๆ ถ้ายังคงยึดแนวทางหนังสยองขวัญแบบในช่วงต้น น่าจะสามารถทำให้อารมณ์ในช่วงท้าย/ไคลแม็กซ์พีคได้มากกว่านี้นะฮะ
และสำหรับเรื่องนี้ แม้ว่าจะเป็นภาค 3 ของจักรวาล โคลเวอร์ฟีลด์ ก็ตาม แต่จริงๆ แล้วนี่คือหนังภาคต้นของของแฟรนไชส์ชุดนี้ เพราะมันเล่าถึงสาเหตุที่ทำให้เกิดเหตุการณ์สัตว์ประหลาดบุกโลกที่เกิดขึ้นใน 2 ภาคแรก



สรุป >> ให้ไป 7 เต็ม 10 เลยฮะ โดยรวมทำออกมาได้สนุกน่าติดตามและลุ้นระทึกตามสไตล์หนังแนวผจญภัยสยองขวัญเอาตัวรอดบนยานอวกาศ แต่เสียดายที่ช่วงท้ายดรีกรีความสยองกลับแผ่วลงไปหน่อย
และสำหรับคนที่ไม่เคยดูหนังจักรวาล โคลเวอร์ฟีลด์ มาก่อน ถ้าจะดูเฉพาะภาคนี้ภาคเดียวคุณก็ดูรู้เรื่องนะ เพราะตัวหนังก็เล่าเรื่องตั้งแต่เริ่มต้นและจบในตัวของมันเองอยู่แล้วฮะ ส่วนคุณจะย้อนกลับไปดูต่อภาค 1 หรือจะไม่ดูต่อก็ได้ไม่ได้มีผลอะไร
แต่ถ้าคุณดูครบทั้ง 3 ภาค คุณก็อาจจะมีเรื่องให้ได้ถกกันอีกยาวๆ เลย
สุดท้ายนี้ ก็ขอฝากเพจไว้ด้วยเช่นเคย คลิกกันเข้าไปอ่านเรื่องอื่นๆ เพิ่มเติมกันได้เลยฮะ


![The Cloverfield Paradox [2018]](https://maewmo.com/wp-content/uploads/2022/10/TheCloverfieldParadox_Cover-Score.jpg)
![[รีวิว] Gantz:E การต่อสู้ของเหล่าสาวกกันท์สึแห่งยุคเอโดะ [Manga] Gantz:E [2020-Present]](https://maewmo.com/wp-content/uploads/2021/06/GantzE_Feature-Score-218x150.jpg)
![[รีวิว] Smallville สู่ปฐมบทเส้นทางการเดินทางก่อนจะเป็นซูเปอร์แมน [Series] Smallville (ผจญภัยหนุ่มน้อยซูเปอร์แมน) [2001-2011]](https://maewmo.com/wp-content/uploads/2019/05/Smallville_Feature-Score-218x150.jpg)
![[รีวิว] Falling Skies ปฏิบัติการทวงคืนโลกจากการรุกรานของเอเลี่ยน [Series] Falling Skies: สงครามวันกู้โลก [2011-2015]](https://maewmo.com/wp-content/uploads/2019/06/FallingSkies-218x150.jpg)

![[รีวิว] Zack Snyder’s Justice League กับแนวทางที่ตั้งใจจะให้เป็นตั้งแต่แรก [Movie] [Mini Series] Zack Snyder’s Justice League [2021]](https://maewmo.com/wp-content/uploads/2021/03/ZJL_Feature-Score-100x70.jpg)
![[รีวิว] Time Trap (ฝ่ามิติกับดักเวลาพิศวง) หนังฟอร์มเล็กที่เล่นประเด็นใหญ่ [Movie] Time Trap (ฝ่ามิติกับดักเวลาพิศวง) [2017]](https://maewmo.com/wp-content/uploads/2023/07/TimeTrap_Feature-Score.jpg)