[รีวิว] Super Dragon Ball Heroes: ภารกิจ! โลกปีศาจมืด [Manga]

[Review] Super Dragon Ball Heroes: ภารกิจ! โลกปีศาจมืด [2016-2020]

Super Dragon Ball Heroes: ภารกิจ! โลกปีศาจมืด (Super Dragon Ball Heroes: Dark Demon Realm Mission, スーパードラゴンボールヒーローズ 暗黒魔界ミッション!) ฉบับภาษาไทย

– ลิขสิทธิ์และจัดจำหน่ายโดย สำนักพิมพ์ NED
– ไม่มีหน้าสี
– ราคาปก 95 บาท (ไม่รู้เล่ม 2 กับ 3 จะขึ้นอีกหรือเปล่านะฮะ)
– จำนวน 3 เล่มจบ (แต่ฉบับภาษาไทย ณ วันที่เขียนรีวิวเพิ่งออกเล่ม 1 )

มังงะชุดนี้เป็นการนำเนื้อเรื่องมาจากเกมการ์ดอย่าง Dragon Ball Xenoverse และ Super Dragon Ball Heroes มาตีความใหม่ โดยอาจารย์ Yoshitaka Nagayama ซึ่งมีอาจารย์ Toriyama Akira คอยกำกับดูแล แต่เนื้อเรื่องจะไม่ได้อยู่ในจักรวาลหลักนะฮะ เรียกว่าเป็นจักรวาลคู่ขนานก็ว่าได้ ซึ่งจะมีด้วยกันทั้งหมด 3 ภาคคือ

  1. Super Dragon Ball Heroes: Dark Demon Realm Mission
  2. Super Dragon Ball Heroes: Universe Mission!
  3. Super Dragon Ball Heroes: Big Bang Mission!
Super Dragon Ball Heroes: ภารกิจ! โลกปีศาจมืด (2021)

เนื้อเรื่อง/เรื่องย่อ
หลังจากที่ Trunks (ทรั้งคซ์) ได้นั่งไทม์แมชชีนย้อนเวลาจากโลกอนาคต 20 ปีข้างหน้ามาจัดการกับ Cell เรียบร้อย เพียงชั่วพริบตาเขาก็ถูก Teleport มายังสถานที่ที่เรียกว่า รังแห่งกาลเวลา โดย Chronoa (โคโนะอะ) ไคโอชินแห่งกาลเวลา เพราะคิดว่าการที่ ทรั้งคซ์ นั่งไทม์แมชชีนข้ามเวลาไปในช่วงเวลาต่างๆ เป็นการไปยุ่งเกี่ยวกับประวัติศาสตร์และได้สร้างสถานที่แห่งหนึ่งที่ไม่เคยมีในประวัติศาสตร์มาก่อนขึ้นมา

แต่ ทรั้งคซ์ ก็ยืนยันว่าไม่ได้เป็นคนสร้างสถานที่ดังกล่าวขึ้นมา และไม่รู้ด้วยว่าสถานที่ดังกล่าวคืออะไร โคโนะอะ จึงต้องเดินทางข้ามมิติเวลาเพื่อไปตรวจสอบยังสถานที่ดังกล่าว ว่าเกิดขึ้นมาได้ยังไง โดย ทรั้งคซ์ ได้ขอติดตามไปด้วยเพราะอยากจะช่วยเหลือ

โคโนะอะ จึงอนุญาตให้ ทรั้งคซ์ ตามไปด้วยได้ และได้แต่งตั้งให้เขาเป็น Time Patroller (ไทม์ พาโทรลเลอร์) ที่สามารถแทรกแซงมิติเวลาได้

และไม่นานนัก ทั้งสองก็ได้รับรู้ว่าเหตุการณ์อันไม่ปรกติที่เกิดขึ้นนี้ มี Time Breakers (ไทม์ เบรคเกอร์ส) จากโลกมืดเป็นผู้อยู่เบื้องหลัง โดยพวกมันจุดประสงค์ที่จะปลดปล่อย Mechikabura (เมจิคาบุระ) ราชาผู้ปกครองโลกปีศาจมืด

หลังจากที่ เมจิคาบุระ ถูกปลดปล่อยออกมาแล้ว ด้วยสภาพร่างกายที่แก่ชราและอ่อนแอ พวกมันก็ได้พาตัว เด็นเด้ จากอีกไทม์ไลน์หนึ่งมาและครอบงำจิตใจให้สร้าง Dark Dragon Ball ขึ้นมาเพื่อขอพรให้ เมจิคาบุระ กลับเป็นหนุ่มขึ้นอีกครั้ง

แต่ทันทีที่ ดรากอนบอลมืด ถูกเปิดใช้งาน ลูกแก้วทั้ง 7 ลูกก็พุ่งกระจัดกระจายหายไปยังไทม์ไลน์ต่างๆ เนื่องจากกฎข้อหนึ่งของดรากอนบอล ก็คือ ถ้าต้องการจะขอพรใดๆ ผู้ขอต้องรวบรวมดรากอนบอลทั้ง 7 ลูกให้ครบเท่านั้น

ทั้งทางฝั่งปีศาจจากโลกมืดและ ทรั้งคซ์ จึงต้องออกเดินทางไปยังมิติเวลาต่างๆ เพื่อแย่งชิง ดรากอนบอลมืด ให้ครบก่อน โดย โคโนะอะ ก็ได้ดึงนักรบที่แข็งแกร็งที่สุดจากความทรงจำของ ทรั้งคซ์ ออกมาเพื่อช่วยเหลือ นั่นก็คือ โกคู และ เบจิต้า นั่นเอง

และสำหรับเบาะแสสำคัญที่ใช้ในการตามหา ดรากอนบอลมืด ก็คือ ความผิดปรกติของประวัติศาสตร์ที่เปลี่ยนไป นั่นก็เพราะว่า ดรากอนบอลมืด ที่กระจัดกระจายไปทั่วมิติเวลานั้น ได้ฝังลงไปยังร่างของสิ่งมีชีวิตต่างๆ ที่ทำให้สิ่งมีชีวิตเหล่านั้นแข็งแกร่งขึ้น จนทำให้เกิดความเปลี่ยนแปลงในประวัติศาสตร์ขึ้นได้

จะเกิดอะไรขึ้น หากผู้ที่ชนะบนดาวนาเม็ก คือ ฟรีเซอร์ ไม่ใช่ โกคู หรือ ในศึก เซลเกม ผู้ที่ชนะศึกคือ เซล และนี่คืดสิ่งที่พวกของ ทรั้งคซ์ จะต้องเข้าไปขัดขวางเพื่อไม่ให้ประวัติศาสตร์เหล่านี้เปลี่ยนแปลงไป พร้อมกับแย่งชิง ดรากอนบอลมืด มาให้ได้

ความรู้สึกหลังอ่านจบเล่ม 1
โดยส่วนตัว เอาตรงๆ ก็รู้สึกว่ามันก็ไม่ได้ต่างจากแฟนเมคเรื่องอื่นๆ เท่าไหร่นะฮะ เพราะยังไงก็ไม่ใช่งานที่ออกมาจากความคิดของอาจารย์โทริยามา

ว่ากันที่ลายเส้น ถือว่าอยู่ในระดับกลางๆ ไม่ได้สวยงามมาก แต่ก็ไม่ได้แย่นะฮะ คือถ้าเป็นการเขียนการ์ตูนเรื่องอื่นเลย ก็ถือว่าลายเส้นดีเลยแหละ แต่พอมาเขียนมังงะระดับตำนานอย่างนี้แล้ว แน่นอนว่าก็ต้องถูกเปรียบเทียบแน่นอน ซึ่งถ้าเทียบกับต้นฉบับแล้วก็ถือว่ายังไม่ค่อยดีเท่าไหร่นัก ยิ่งถ้านำมาเทียบกับเรื่องอื่นๆ ที่ออกมาก่อนหน้านี้ที่ไม่ได้วาดโดยอาจารย์ โทริยาม่า (เทียบเฉพาะฉบับที่มีลิขสิทธิ์ในบ้านเรานะฮะ) ไม่ว่าจะเป็น Dragon Ball Gaiden – Tensei Shitara Yamcha Datta Ken (Dragon Ball ภาคพิเศษ เกิดใหม่เป็นยามูชาโชะเด๊ะ) ของอาจารย์ Dragongarow Lee หรือจะเป็น Dragon Ball Super ของอาจารย์ Toyotarou ก็ถือว่ายังสู้ไม่ได้นะฮะ ทั้งในแง่ของการแสดงอารมณ์ของตัวละคร คาแรคเตอร์ และมุมกล้องต่างๆ

ในด้านของเนื้อเรื่อง เริ่มต้นเล่ม 1 เอาตรงๆ คือเดินเรื่องไม่ค่อยน่าติดตามเท่าไหร่นัก ทั้งๆ ที่พลอตเรื่องน่าสนใจมากๆ บางช่วงที่เป็นมุกตลกก็แลดูเป็นตลกแบบยัดเยียดพร่ำเพรื่อไปหน่อย และหลายๆ มุกก็เคยถูกเล่นไปแล้วในเวอร์ชั่นต้นฉบับ

อ้อ!!! เกือบลืมไป ในเล่มนี้จะมีตอนพิเศษแถมมาให้ด้วยคือตอน ซูเปอร์ดรากอนบอลฮีโร่ส์: ภารกิจอัลติเมตคาริสม่า!! (Super Dragon Ball Heroes: Ultimate Charisma Mission!) แต่จะเรียกว่าแถมก็ไม่เชิงนะฮะ เพราะมันก็กินเนื้อกระดาษไปเกือบครึ่งเล่มเลยนะ และที่สำคัญคือ มันไม่สนุกอ่ะ (ไม่ใช่แนวของแมว)

สรุป >> ให้ไป 6 เต็ม 10 ก่อนละกันนะฮะ ให้คะแนนเฉพาะจากเล่ม 1 ก่อน แต่ก็มีคนที่อ่านจบแล้วไม่ว่าจะจากในเว็บสแกน หรือจากฉบับพิมพ์ภาษาญี่ปุ่นก็ตาม หลายๆ คนบอกว่าตั้งแต่เล่ม 2 จะสนุกขึ้นนะฮะ ก็ไม่รู้จะเป็นไปตามนั้นหรือเปล่า ยังไง ไว้ถ้าฉบับภาษาไทยออกแล้ว จะมาอัพเดทอีกทีละกันฮะ สำหรับใครที่เป็นสาวกดรากอนบอล ก็ควรต้องซื้อเก็บไว้แหละฮะ แต่ถ้าไม่ใช่จะข้ามๆ ไปก็ได้นะ

สุดท้ายนี้ ก็ขอฝากเพจไว้ด้วยเช่นเคย คลิกกันเข้าไปอ่านเรื่องอื่นๆ เพิ่มเติมกันได้เลยฮะ

Facebook Comments