[รีวิว] The Boys ก๊วนหนุ่มซ่าส์ ล่าซูเปอร์ฮีโร่ส์ ที่แหวกขนบหนังซูเปอร์ฮีโร่อย่างที่เคยเป็นมา [Series]

[Review] The Boys ก๊วนหนุ่มซ่าส์ ล่าซูเปอร์ฮีโร่ส์ (2019: Season 1)


The Boys แนว Superhero Drama Action ที่ดัดแปลงมาจาก Comics ชื่อเรื่องเดียวกันของ Garth Ennis และ Darick Robertson ซีรีย์ชุดนี้เป็นผลงานการสร้างสรรค์ของ Eric Kripke (ที่เคยฝากผลงานจากซีรีส์ Supernatural) ร่วมกับ Evan Goldberg และ Seth Rogen (2 คู่หูที่เคยสร้างงานซีรีส์เรื่อง The Preacher มาก่อน) ออกอากาศทางช่อง Amazon Prime Video

The Boys (Series)

เนื้อเรื่อง/เรื่องย่อ
The Boys กล่าวถึงโลกที่ Superheroes คือสินค้าและบริการอย่างหนึ่งของประเทศสหรัฐอเมริกา โดยมีบริษัท Vought ที่มี Madelyn Stillwell (รับบทโดย Elisabeth Shue) เป็นผู้บริหารบริษัแห่งนี้ ซึ่งทางบริษัทจะคอยดูแลและจัดส่งซูเปอร์ฮีโร่ที่เหมาะสมไปให้แก่เมืองต่างๆ ที่อยากจะได้ซูเปอร์ฮีโร่ไปประจำการที่เมืองนั้นๆ รวมถึงการคัดสรรซูเปอร์ฮีโร่คนใหม่ๆ มาเข้าร่วมเป็นหนึ่งเดียวกับบริษัท

บริษัท วอท มีการทำการตลาดและประชาสัมพันธ์ตัวซูเปอร์ฮีโร่ผ่านช่องทางต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นพรีเซ็นเตอร์สินค้าโฆษณา, นักแสดงภาพยนตร์, จัดงาน Event และกิจกรรมอื่นๆ อีกมากมาย ที่สามารถทำให้ซูเปอร์ฮีโร่เหล่านั้นเป็นที่รู้จักและมีชื่อเสียงโด่งดังไปทั่ว โดยมีเป้าหมายในการสร้างรายได้ให้กับบริษัท

สำหรับซูเปอร์ฮีโร่ตัวหลักที่ถือเป็นซูเปอร์ฮีโร่ชั้นนำจะประจำการที่สำนักงานใหญ่ ซึ่งถูกจัดอยู่ในกลุ่มที่เรียกว่า The Seven โดยในปัจจุบันสมาชิกทีมประกอบไปด้วย

  • The Homelander (รับบทโดย Antony Starr) – ผู้นำของกลุ่ม The Seven ที่มีภาพลักษณ์เป็นผู้นำ สุภาพ อ่อนโยน ใจดี และมีพลังมากที่สุดในกลุ่ม ทั้งบินได้ แข็งแกร่ง มีพละกำลังมหาศาล และมีดวงตา X-Ray ที่สามารถมองผ่านวัตถุได้เกือบทุกอย่าง ยกเว้นเพียงแค่สังกะสีเท่านั้น รวมถึงความสามารถในการยิงเลเซอร์ออกจากตาได้
  • Queen Maeve (รับบทโดย Dominique McElligott) –ซูเปอร์ฮีโร่สาวสวยที่มักจะยืนอยู่เคียงข้าง โฮมแลนเดอร์ เสมอ เธอมีความแข็งแกร่ง และมีพละกำลังมหาศาล
  • Translucent (รับบทโดย Alex Hassell) – มนุษย์ล่องหนผู้มีผิวหนังเป็นคาร์บอนที่แข็งแกร่งเหมือนเพชร อาวุธใดๆ ก็ไม่สามารถร้ายร่างกายภายนอกเขาได้
  • A-Train (รับบทโดย Jessie T. Usher Jr.) – ซูเปอร์ฮีโร่ผิวสี เจ้าแห่งความเร็ว ที่นอกจากจะมีพละกำลังแล้ว ยังสามารถเคลื่อนที่ได้เร็วมากๆ
  • The Deep (รับบทโดย Chace Crawford) – ซูเปอร์ฮีโร่ตัวนี้ มีพละกำลัง หายใจในน้ำได้และสามารถสื่อสารกับสัตว์น้ำทุกชนิดได้
  • Black Noir (รับบทโดย Nathan Mitchell) – ซูเปอร์ฮีโร่ผู้เชี่ยวชาญการใช้อาวุธที่เป็นของมีคม และตลอดทั้งเรื่องจะไม่มีบทพูดเลย
  • Annie January / Starlight (รับบทโดย Erin Moriarty) – ซูเปอร์ฮีโร่หญิงน้องใหม่ ที่เพิ่งผ่าน Audition ให้เข้าร่วมกลุ่ม แทนซูเปอร์ฮีโร่คนก่อนที่เกษียรออกไป เธอมีความสามารถในการควบคุมแสงไฟ สามารถปล่อยพลังแสงเป็นคลื่นกระแทกได้ และเปล่งแสงสว่างระดับทำให้ตาบอดได้ด้วย

วันหนึ่ง เอ-เทรน ที่กำลังวิ่งด้วยความสูง ซึ่งไม่รู้ว่าวิ่งมาจากไหนหรือกำลังจะวิ่งไปที่ใด ได้บังเอิญวิ่งชนเข้ากับ Robin Ward (รับบทโดย Jess Salgueiro) แฟนสาวของ HughHughieCampbell (รับบทโดย Jack Quaid) จนร่างกายแหลกสลายเหลือเพียงแค่แขน 2 ข้าง ที่ยังกุมมือของ ฮิวอี้ อยู่ แต่ด้วยความที่ เอ-เทรน กำลังเป็นซูเปอร์ที่มีชื่อเสียงและทำเงินให้กับบริษัท ทางบริษัท วอท จึงได้จัดงานแถลงข่าวโดยให้ เอ-เทรน กล่าวคำขอโทษออกสื่อ แต่ปฏิเสธความรับผิดชอบใดๆ โดยอ้างว่า โรบิน ยืนอยู่บนถนนเอง จึงทำให้โดนชนเข้าอย่างจังโดยที่ เอ-เทรน ไม่ได้ตั้งใจ เสมือนกับเป็นหนึ่งในอุบัติเหตุธรรมดา และทางบริษัท วอท ได้เสนอเงินให้กับ ฮิวอี้ เพื่อแลกกับการปิดปากเงียบไม่พูดถึงเหตุการณ์นี้อีกต่อไป ทำให้ ฮิวอี้ รู้สึกถึงความไม่ชอบธรรมในเหตุการณ์ครั้งนี้ จึงทำให้เขาโกรธแค้นและไม่พอใจอย่างมาก

และนั้นเองที่ทำให้ Billy Butcher (รับบทโดย Karl Urbban) ผู้ที่มีความแค้นส่วนตัวกับ โฮมแลนเดอร์ ได้เข้ามาเสนอตัวช่วยเหลือและชักชวน ฮิวอี้ ให้รวมมือกับเขา ในการหาทางแก้แค้นเหล่าซูเปอร์ฮีโร่ทั้งหมด

หลังจากนั้น บิลลี่ ก็ได้ติดต่อกับเพื่อนร่วมงานเก่าๆ เพื่อชักชวนกันมารวมกลุ่มวางแผนและหาทางกำจัดซูเปอร์ฮีโร่เหล่านี้ ซึ่งก็ได้ Marvin aka Mother’s Milk (รับบทโดย Laz Alonso) และ Frenchie (รับบทโดย Tomer Kapon) มาร่วมก๊วนในนามกลุ่ม The Boys

และในภายหลังก็ได้ Kimiko / the Female (รับบทโดย Karen Fukuhara) สาวน้อยเชื้อสายญี่ปุ่นที่มีพลังการโจมตีที่รุนแรงและฮีลลิ่งแฟคเตอร์ในการรักษาตัวเองมาร่วมทีมด้วยอีก 1 คน

The Boys ก๊วนหนุ่มซ่าส์ ล่าซูเปอร์ฮีโร่ส์ (2019: Season 1)

ความคิดเห็นหลังจากดูจบ Season 1
จะเป็นอย่างไร ถ้าเหล่าซูเปอร์ฮีโร่ ไม่ใช่คนดีอย่างที่เราเห็น”  นี่คือซีรีย์ที่แหวกขนบของเหล่าซูเปอร์ฮีโร่กันเลยทีเดียว โดยการชี้ไปให้เห็นถึงความเป็นมนุษย์ปรกติที่อยู่ภายในจิตใจของเหล่าซูเปอร์ฮีโร่แต่ละคน ไม่ว่าจะกิเลส ตัณหา การโหยหาชื่อเสียงเงินทองและอำนาจต่างๆ

ในอีกแง่หนึ่ง นี่คือคือการตีแผ่วงการธุรกิจที่มี ไอดอล เป็นสินค้าหลักของบริษัท ไม่ว่าจะเป็นการสร้างภาพลักษณ์ที่ดี การสร้างปูมหลังที่น่าสนใจให้กับเหล่า ไอดอล ต่างๆ เพื่อสร้างความนิยมให้เกิดขึ้นกับเหล่าบรรดาแฟนคลับทั้งหลาย ซึ่งสุดท้ายก็จะกลายเป็นผลประโยชน์ทางธุรกิจที่สามารถสร้างรายได้อันมหาศาลให้กับบริษัทได้

ถ้ามองในแง่ความบันเทิง ขอพูดในมุมของคนที่ไม่เคยอ่านฉบับการ์ตูนมาก่อนเลยนะฮะ มันค่อนข้างที่จะก้ำกึ่งระหว่าง สนุกมาก กับ น่าเบื่อ เพราะบทพูดเยอะ แต่พวกฉากแอ็คชันหรือฉากโหดๆ น้อยกว่าที่คิดมาก และฉากเซ็กซ์ก็แทบจะไม่มีเลย (แต่มีคำหยาบทั้งเรื่อง) คือถ้าใครที่เห็นตัวอย่างมาก่อน แล้วคาดหวังว่าจะได้ดูฉากแอ็คชันบ้าพลัง หรือฉากโหดๆ เลือดสาด อะไรประมาณนี้แล้วละก็ คุณผิดหวังแน่นอน เพราะฉากเหล่านี้มีน้อยมาก คือที่มีอยู่ก็แทบจะอยู่ในตัวอย่างทั้งหมดแล้วล่ะ

ดังนั้น สิ่งที่แบกตัวซีรีย์ไว้ได้ตลอดทั้งซีซั่น จึงอยู่ที่เนื้อหาของเรื่องที่นำเสนอออกมาได้อย่างน่าสนใจและน่าติดตามพอสมควรเลยล่ะฮะ

และในแง่ของการออกแบบตัวละครซูเปอร์ฮีโร่นั้น  คิดว่าไอเดียในการออกแบบน่าจะนำมาจากซูเปอร์ฮีโร่ตัวดังๆ ของค่ายอื่นๆ นะ เพราะหลายๆ ตัว พอเราเห็นปุ๊บเราก็จะนึกออกเลยว่าเหมือนตัวไหน เช่น

  • The Homelander –โดยรวมๆ ทั้งความสามารถพิเศษและบุคลิกภายนอก น่าจะถอดแบบมาจาก Superman นะฮะ
  • Queen Maeve – แค่เห็นคอสตูมก็รู้แล้วว่าน่าจะถอดแบบมาจาก Wonder Woman อย่างแน่นอน
  • Translucent – จากความสามารถพิเศษของเขา จึงคิดได้ว่าน่าจะมีที่มาจาก Susan Storm / Invisible Woman ตัวละครจาก Fantastic 4 และ Luke Cage
  • A-Train – ด้วยความที่เขามักจะเรียกตัวเองว่า เป็นคนที่เร็วที่สุดในโลก เลยทำให้นึกถึง The Flash ขึ้นมาเลยทีเดียว เพียงแต่ว่า เวลาที่ เอ-เทรนเคลื่อนไหวด้วยความเร็ว จะไม่มีสายฟ้าเหมือน เดอะ แฟลช ดังนั้นถ้าดูจากลักษณะการเคลื่อนไหวและคอสตูมแล้ว คิดว่าน่าจะถอดแบบมาจาก Quick Silver มากกว่านะ
  • The Deep – เห็นความสามารถและคอสตูมแล้ว นี่มัน Aquaman ชัดๆ เลย
  • Black Noir –จากคาแรคเตอร์และคอสตูม นี่น่าจะถอดแบบมาจากตัวละครซูเปอร์ฮีโร่ที่ชื่อ Snake Eye จากเรื่อง GI-Joe แน่ๆ หรือจะมองว่ามีต้นแบบมาจาก Batman ก็น่าจะได้อยู่นะฮะ

ก็ต้องคอยติดตามใน Season ต่อไปนะฮะ ว่าเรื่องราวจะพาไปได้ไกลถึงไหน

สรุป >> เป็นซีรีย์หนึ่งที่มีความน่าสนใจมาก หากคุณต้องการหลีกหนีจากหนังแนวซูเปอร์ฮีโร่ตลาดทั่วๆ ไป

คลิกดูตัวอย่างแรกได้จากวิดีโอด้านล่างนะฮะ


สุดท้ายนี้ ก็ขอฝากเพจไว้ด้วยเช่นเคย คลิกกันเข้าไปอ่านเรื่องอื่นๆ เพิ่มเติมกันได้เลยฮะ

Facebook Comments
japanese movies CDJapan