[รีวิว] Bad Boys for Life คู่หูขวางนรกตลอดกาลฆ่าไม่ตาย [Movie]

[Review] Bad Boys for Life (คู่หูขวางนรก ตลอดกาล) [2020]


Bad Boys for Life (คู่หูขวางนรก ตลอดกาล) ภาพยนตร์ Acton Comedy สุดมันส์ งานภาคที่ 3 ของหนังตระกูล Bad Boys คู่หูขวางนรก ที่ห่างจากภาคที่ 2 ถึง 17 ปี และห่างจากภาคแรกถึง 25 ปีเลยทีเดียว (ภาคแรกเข้าฉายปี 1995 และภาค 2 เข้าฉายปี 2003)

Bad Boys เป็นงานชิ้นแรกที่เป็นการร่วมงานกันของผู้กำกับสายระเบิดภูเขาเผากระท่อมอย่าง Michael Bay กับผู้อำนวยการสร้าอย่าง Don Simpson และ Jerry Bruckheimer ซึ่งสามารถสร้างเอกลักษณ์ในแนวทางหนังแอ็คชั่นจนโด่งดังมากในช่วงยุค 90 ถึงช่วงต้นยุค 2000

แต่การกลับมาในภาคที่ 3 นี้ Michael May ไม่ได้กลับมากำกับให้ โดยหน้าที่กำกับในภาคนี้ถูกโยนให้กับ Adil El Arbi และ Bilall Fallah เขียนบทโดย Chris Bremner, Peter Craig และ Joe Carnahan โดยมี Will Smith มาร่วมอำนวยการสร้างด้วย

นำแสดงโดยคู่หูคู่เดิมอย่าง Will Smith และ Martin Lawrence ร่วมด้วย Vanessa Hudgens, Alexander Ludwig, Charles Melton, Paola Núñez, Kate del Castillo, Nicky Jam และ Joe Pantoliano

เนื้อเรื่อง/เรื่องย่อ
หนังเล่าเรื่องราวของ 2 คู่หูตำรวจสายสืบ Mike Lowrey (รับบทโดย Will Smith) และ Marcus Burnett (รับบทโดย Martin Lawrence) ในวัยที่ใกล้เกษียรเต็มที แต่ยังคงความระห่ำและกวนโอ้ยอยู่เช่นเคย

ในค่ำคืนปาร์ตี้เลี้ยงฉลองแสดงความยินดีให้กับ มาร์คัส ที่ได้เป็นคุณตามือใหม่นั้น ไมค์ ได้ถูกลอบยิงจนบาดเจ็บอาการโคม่าอยู่นาน หลังจากฟื้นสภาพกลับมาได้ ไมค์ ก็ต้องการสืบหาและจับคนร้ายที่ยิงเขาให้ได้ แต่ มาร์คัส ตัดสินใจที่จะวางมือและเกษียรตัวเองใช้ชีวิตอย่างปรกติสุข นั่นเอง จึงทำให้ ไมค์ ต้องลุยเดี่ยวโดยวิธีแบบดั่งเดิม ท่ามกลางการคัดค้านของ ผู้กอง Conrad Howard (รับบทโดย Joe Pantoliano) ที่ไม่ยอมให้ ไมค์ เข้ามาสืบคดีที่เกี่ยวข้องกับตัวเขาเอง (ตามกฎหมาย ห้ามไม่ให้ตำรวจรับทำคดีของตัวเอง) แต่ด้วยความดื้อด้านของ ไมค์  จึงทำให้ ผู้กองฮาวเวิร์ด ต้องจำใจให้ ไมค์ เข้ามาร่วมทำการสืบสวนในฐานะที่ปรึกษา ที่อยู่ภายใต้การดูแลของทีม AMMO ซึ่งนำทีมโดย Rita  Secada (รับบทโดย Paola Núñez) หน่วยปฏิบัติการณ์ที่ใช้เทคโนโลยีที่ทันสมัยมาช่วยในการสืบคดี โดยมีลูกทีมอีก 3 คนได้แก่ Kelly (รับบทโดย Vanessa Hudgens), Dorn (รับบทโดย Alexander Ludwig และ Rafe (รับบทโดย Charles Melton)

ในระหว่างที่ทำการสืบหาเบาะแสนั้นอยู่นั้น ก็ได้มีเหตุให้ มาร์คัส ต้องโดดเข้ามาร่วมทีมอย่างไม่อาจหลีกเลี่ยงได้ และนั่นเอง ที่คู่หูขวางนรกได้กลับมาระเบิดความมันส์และฮาอีกครั้ง

ความคิดเห็นหลังดูจบ
แค่ฉากเปิดเรื่องก็สามารถกระตุ้นความทรงจำเก่าๆ กลับมาได้อย่างชัดเจนเลยทีเดียว ตั้งแต่การปะทะคารมกันของ ไมค์ และ มาร์คัส หรือ ความกวนโอ้ยของทั้งคู่ รวมถึงฉากแอ็คชั่นมันส์ๆ ที่มาพร้อมมุมกล้องในแบบที่คุ้ยเคยก็มีมาอย่างครบครัน

ซึ่งแม้จะห่างหายไปจากภาคที่ 2 กว่า 17 ปี แต่เคมีของ วิล สมิทธ์ และ มาร์ติน ลอว์เลนซ์ ก็ยังคงเข้ากันได้เป็นอย่างดี

แต่ในส่วนของดนตรีประกอบนี่ แอบขัดใจอยู่เล็กน้อย คือในหลายๆ ฉากยังไม่สามารถบิ้วท์อารมณ์ให้ตื่นเต้นและลุ้นระทึกตามไปกับหนังในแต่ละฉากได้เหมือนในแบบที่ภาคก่อนๆ เคยทำเอาไว้ แม้ว่าเพลง Theme หลักจะยังคงมีอยู่ก็ตาม

หนังสามารถถ่ายทอดอารมณ์ความเหน็ดเหนื่อยกับการที่จะต้องออกบู๊ตะลุยกับเหล่าร้ายของตัวละคร มาร์คัส เบอร์เน็ต ออกมาได้อย่างชัดเจน ในขณะที่ตัวละครอย่าง ไมค์ ลาวรี่ ยังคงความระห่ำอยู่เช่นเคย และพยายามที่จะแสดงให้ทุกคนได้เห็นว่าเขายังฟิตอยู่

ในส่วนของเนื้อเรื่อง ก็ไม่ได้มีอะไรซับซ้อนมาก แม้จะไม่เคยดู 2 ภาคแรกมาก่อน ก็สามารถดูภาคนี้ได้เลยทันที (แต่อาจจะไม่ค่อยเก็ทในบางมุก ซึ่งมันก็ไม่ใช่ส่วนที่สำคัญอะไรนัก ปล่อยผ่านได้) แต่ที่แอบเชยอยู่สักหน่อย ก็เห็นจะเป็นมุกประเภท คนรุ่นลุงที่ต้องมาทำงานกับคนรุ่นหลานที่มีวิธีการทำงานที่แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง ในขณะที่คนรุ่นลุงจะมีวิธีการสืบสวนแบบถึงพริกถึงขิง ลุยกันแบบตรงๆ แต่กับวิธีของคนรุ่นหลานที่จะพึ่งพาเทคโนโลยีเป็นหลัก ก็เลยจะมีฉะกันบ้างปะทะคารมกันบ้าง เหมือนอย่างที่เคยเห็นในหนังแนวๆ นี้หลายๆ เรื่อง

สรุป >> แฟนหนังตระกูล Bad Boys ไม่ควรพลาดเลยฮะ หนังมีทุกอย่าง อย่างที่เราเคยได้รับมาครบถ้วน รับรองสะใจแฟนๆ แน่นอนฮะ แถมในฉากสุดท้ายมีแอบทิ้งเชื้อให้เราได้คิดตามได้ว่า นี่ไม่ใช่ภาคสุดท้ายแน่นนอน อีกไม่นานเราคงได้เห็นภาคต่ออกมาอีกแน่ๆ

ท้ายนี้ ก็ขอฝากเพจไว้ด้วยเช่นเคย คลิกกันเข้าไปอ่านเรื่องอื่นๆ เพิ่มเติมกันได้เลยฮะ

Facebook Comments