[รีวิว] Godzilla: King of the Monsters ศึกยักษ์ชนยักษ์ ราชันแห่งมอนสเตอร์ส

[REVIEW] Godzilla: King of the Monsters (2019)


Godzilla: King of the Monsters ภาพยนตร์ฉลองครบรอบ 35 ปีของแฟรนไชส์ Godzilla ที่เป็นภาคต่อของ Godzilla ปี 2014 และยังเป็นภาพยนตร์เรื่องที่ 3 ของจักรวาล MonsterVerse จากค่าย Legendary กำกับภาพยนตร์โดย Michael Dougherty

เนื้อเรื่อง/เรื่องย่อ
หนังเล่าเรื่องต่อจากเหตุการณ์ในภาคแรกจบลง 5 ปี เมื่อ Dr. Emma Russell (รับบทโดย Vera Farmiga) นักบรรพชีววิทยาต้องแยกทางกับ Dr. Mark Russell (รับบทโดย Kyle Chandler) อดีตสามีของเธอซึ่งเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านพฤติกรรมสัตว์และการสื่อสาร เนื่องจากผลกระทบทางด้านจิตใจหลังจากที่พวกเขาต้องสูญเสียลูกชายไปจากเหตุการณ์การต่อสู้ของ Godzilla กับ MUTO ในภาคแรก และด้วยความคิดเห็นที่ไม่ตรงกัน โดยฝ่าย ดร. มาร์ค เชื่อว่าการมีอยู่ของสัตว์ยักษ์ต่างๆ คือภัยคกคามของโลก จึงต้องกำจัดทิ้งทั้งหมด ในขณะที่ฝ่าย ดร. เอ็มม่า เชื่อว่า นี่คือการมีอยู่ของสัตว์ยักษ์ คือการปรับสมดุลของโลก เมื่อเกิดการทำลายล้างธรรมชาติจะสร้างสิ่งใหม่ที่ดีกว่ากลับคืนมา

ดังนั้น ดร. เอ็มม่า จึงยังคงทำงานอยู่กับบริษัท Monarch เพื่อทำการวิจัยเกี่ยวกับสิ่งมีชีวิตดึกดำบรรพ์ขนาดใหญ่ที่ถูกเรียกว่า Titan ต่อไป

วันหนึ่งในขณะที่ทีมทีมนักวิจัยของ โมนาร์ช สาขายูนห์นาน ประเทศจีน ได้ทำการศึกษาไข่ของ Titanus Mosura หรือที่เรียกว่า Mothra อยู่ จู่ๆ ก็มีบางอย่างไปกระตุ้นให้ตัวอ่อนที่อยู่ในไข่ใบนั้นฟักเป็นตัวออกมา ซึ่งซึ่งในทันทีที่ตัวอ่อนของ มอธธ่า ตื่นขึ้นมาก็ได้อาละวาดอยู่ภายในสถานีทดลอง ดร. เอ็มม่า และ Madison Russell (รับบทโดย Millie Bobby Brown) ลูกสาวของเธอ ซึ่งอยู่ในเหตุการณ์ดังกล่าว จึงได้ใช้ Orca ซึ่งเป็นอุปกรณ์ที่ ดร. มาร์ค ได้ประดิษฐ์ขึ้นมาเพื่อใช้สำหรับช่วยในการสื่อสารกับเหล่าสัตว์ ไททัน ทั้งหลาย ซึ่งในที่สุดตัวอ่อน มอธธ่า ก็สงบลง

ในจังหวะนั้นเอง กลุ่มผู้ก่อการร้ายที่นำโดย Alan Jonah (รับบทโดย Charles Dance) อดีตนายพันเอกแห่งกองทัพอังกฤษและเจ้าหน้าที่หน่วย MI-6 ได้บุกเข้ามาชิงเครื่อง ออก้า พร้อมกับลักพาตัว ดร. เอ็มม่า และเมดิสัน ไปด้วย ซึ่งเป้าหมายของ โจนาห์ คือเก็บตัวอย่าง DNA ของเหล่า ไททัน และปลุกชีพให้กับ ไททัน สามหัว Ghidorah หรือที่เรียกว่า Monster Zero ที่อยู่บริเวณเขตแอนตาร์กติกา ทางบริษัท โมนาร์ช จึงต้องตามตัว ดร. มาร์ค ให้มาช่วยติดตามหาเครื่อง Orca และเพื่อช่วยเหลือ ดร. เอ็มม่า กับ เมดิสัน ทาง ดร. มาร์ค จึงยินยอมที่จะร่วมงานด้วย

และในทันทีที่ กิโดร่า ได้ตื่นขึ้นมาพร้อมกับการตื่นของ ไททัน ตัวอื่นๆ การต่อสู้เพื่อชิงความเป็น ราชา ผู้ปกครองผืนพิภพนี้จึงได้เริ่มต้นขึ้น พร้อมกับความหายนะของมนุษยชาติที่กำลังรอคอยอยู่

ความคิดเห็นหลังจากดูจบ
ในเรื่องของฉากการปรากฎตัวและฉากการต่อสู้ของเหล่า ไททัน นั้น ยังคงรักษาระดับความยิ่งใหญ่ อลังการ และน่าตื่นตาตื่นใจอยู่เช่นเคย แต่จุดเสียที่ยังคงตามมาจากภาคแรกอีกเช่นกันก็คือ ความน่ารำคาญของเหล่าตัวละครที่เป็นมนุษย์ทุกตัวเลย แถมในหลายๆ จุดยังขาดเหตุผลในการรองรับการกระทำต่างๆ อีกต่างหาก

โดยเฉพาะการแสดงของน้องนู๋ มิลลี่ ที่ในหลายๆ ฉาก ทำให้เรานึกว่ากำลังดูซีรีย์เรื่อง Stranger Things อยู่เลย (หรือผู้สร้างจะจงใจให้เป็นแบบนั้นก็ไม่รู้นะฮะ)

สรุป >> หากคุณชอบหนังสัตว์ประหลาดยักษ์ต่อยตีกัน หรือชอบเห็นฉากที่โลกโดนถล่ม คุณน่าจะชอบหนังเรื่องนี้นะ ดูเอามันส์ได้ แถมในเรื่องยังมีทิ้ง Easter Egg ที่จะเชื่อมไปยังหนังภาคต่อไปที่จะเป็นการปะทะกันของ Godzilla กับ Kong อีกด้วย

ท้ายนี้ ก็ขอฝากเพจไว้ด้วยเช่นเคย คลิกกันเข้าไปอ่านเรื่องอื่นๆ เพิ่มเติมกันได้เลยฮะ

Facebook Comments
japanese movies CDJapan