[รีวิว] Gantz: the Movies สาวกกันสึ กับการต่อสู้ที่มีชีวิตเป็นเดิมพัน

[Review] Gantz: the Movies (2011)


Gantz: the Movies ภาพยนตร์แนว Action Sci-Fi ที่ดัดแปลงมาจาก มังงะ ชื่อเรื่องเดียวกันของอาจารย์ Hiroya Oku โดยในฉบับภาพยนตร์นั้นจะถูกแบ่งเนื้อหาออกเป็น 2 ภาค คือ Gantz เข้าฉายเดือนมกราคม 2011 และ Gantz: Perfect Answer เข้าฉายเดือนเมษายน 2011

กำกับโดย Shinsuke Sato นำแสดงโดย Kazunari Ninomiya, Ken’ichi Matsuyama, Natsuna Watanabe และ Yuriko Yoshitaka

เรื่องราวของคนกลุ่มหนึ่งที่เสียชีวิตไปแล้ว และตื่นขึ้นในห้องปริศนาห้องหนึ่ง และต้องทำการต่อสู้กับมนุษย์ต่างดาว เพื่อแลกกับโอกาสในการมีชีวิตใหม่อีกครั้ง



Gantz (สาวกกันสึ พันธุ์แสบสังหาร) [2011]

เริ่องราวของ Kei Kurono (รับบทโดย Kazunari Ninomiya) เด็กหนุ่มนักศึกษามหาวิทยาลัย ที่กำลังเตรียมตัวเพื่อไปสอบสัมภาษณ์เข้าทำงาน ในระหว่างเดินทาง ณ สถานีรถไฟใต้ดิน เขาได้พบกับ Masaru Kato (รับบทโดย Ken’ichi Matsuyama) เพื่อนสมัยวัยเด็กที่ไม่ได้เจอกันมานานโดยบังเอิญ แต่เขาก็ไม่ได้เข้าไปทัก และในระหว่างที่กำลังยืนรอรถไฟอยู่นั้น มีชายคนหนึ่งที่อยู่ในสภาพเมามายจนพลัดตกลงไปในรางรถไฟในจังหวะเดียวกันกับที่รถไฟกำลังจะเข้าเทียบชานชาลา คาโต้ ตัดสินใจลงไปช่วยเหลือโดยที่ไม่มีใครยื่นมือเข้าไปช่วยเลย การช่วยเหลือจึงเป็นไปอย่างทุลักทุเล ในจังหวะนั้น คาโต้ ได้เหลือบไปเห็น คุโรโนะ พอดี จึงได้ตะโกนขอให้เขาลงไปช่วย คุโรโนะ จึงจำใจต้องลงไปไปช่วย แต่หลังจากที่พวกเขาช่วยเหลือชายคนดังกล่าวได้แล้วนั้น พวกเขากลับไม่สามารถช่วยเหลือตัวเองขึ้นมาบนชานชาลาได้ทัน จึงทำให้ทั้งคู่ถูกขบวนรถไฟใต้ดินพุ่งเข้าชนอย่างจัง แต่ในชั่วพริบตา พวกเขากลับถูกอะไรบางอย่างพาตัวมายังห้องๆ หนึ่งที่มีลูกบอลปริศนาสีดำขนาดใหญ่วางอยู่ พร้อมกับมีคนอีกจำนวนหนึ่งที่ยืนอยู่ในห้องดังกล่าวกับพวกเขาด้วย

ในระหว่างที่พวกเขากำลังมึนงงกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นอยู่นั้น ก็มีเสียงออกมาจากลูกบอลสีดำนั้น แจ้งให้คนทั้งหมดในห้องได้รับรู้ว่า ชีวิตของทุกคนในห้องนั้นได้สิ้นสุดลงแล้ว และต่อจากนี้ไปชีวิตของพวกเขาจากกลายเป็นของ Gantz ทุกคนมีหน้าที่ที่จะต้องทำภารกิจในการกำจัดมนุษย์ต่างดาวซึ่งอาศัยปะปนอยู่ในโลกใบนี้ โดยในแต่ละครั้ง กันสึ จะเป็นผู้กำหนดเป้าหมายที่ต้องกำจัดในแต่ละภารกิจ และในการทำภารกิจแต่ละครั้งนั้น ก็จะมีคะแนนให้ หากใครที่สามารถทำคะแนนได้ถึง 100 คะแนน ก็จะสามารถที่จะฟื้นคืนชีพและกลับไปใช้ชีวิตได้ตามปรกติ โดยความทรงจำที่เกี่ยวกับ กันสึ จะถูกลบออกไปทั้งหมด หรือจะเลือกให้ใครก็ได้ที่ตายไปในภารกิจได้ฟื้นคืนชีพกลับมาอีกครั้ง

หลังจาก กันสึ บอกรายละเอียดและชี้เป้าหมายในภารกิจเรียบร้อย ลูกบอลดำก็จะถูกเปิดออก เพื่อส่งมอบอาวุธพร้อมกับชุดสูทสำหรับการปฏิบัติภารกิจ และจากนั้น กันสึ ก็จะเริ่มส่งคนออกไปปฏิบัติการ

และนั่นเอง การต่อสู้เพื่อเอาชีวิตรอดของพวกเขาทั้งหมดจึงเริ่มต้นขึ้น



Gantz: Perfect Answer (สาวกกันสึ พิฆาต เต็มแสบ) [2011]

เรื่องราวดำเนินต่อเนื่องจากภาคแรกทันที ซึ่งในภาคนี้ คุโรโนะ และเหล่าผู้ที่รอดชีวิตจากเหตุการณ์ในภาคที่แล้ว ต้องรับมือกับศัตรูปริศนากลุ่มใหม่ที่มีเป้าหมายในการที่จะทำลาย กันสึ ให้สิ้นซาก ซึ่งในครั้งนี้พวกเขาต้องร่วมมือกับเหล่าผู้ที่เคยรอดชีวิตจากการต่อสู้ในเกมของ กันสึ ครั้งก่อนๆ และถูกดึงตัวกลับมาให้ต่อสู้ในเกมนี้อีกครั้ง

ในภาคนี้ คุโรโนะ ได้พบรักกับ Tae (รับบทโดย Yuriko Yoshitaka) นักศึกษามหาวิทยาลัยเดียวกันที่มีความฝันจะเป็นนักเขียนการ์ตูน ซึ่งจู่ๆ เธอก็กลับกลายเป็น 1 ในเป้าหมายที่ กันสึ ออกคำสั่งให้ไปกำจัดเธอ

เกิดอะไรขึ้นกับ กันสึ กันแน่ และ คุโรโนะ จะจัดการกับปัญหาในครั้งนี้อย่างไร ไปตามลุ้นกันนะฮะ



ความคิดเห็นหลังดูจบทั้ง 2 ภาค
นี่คือหนังที่ดัดแปลงจากการ์ตูนอีก 1 เรื่องที่ทำออกมาได้อย่างน่าประทับใจเลยล่ะ งาน CG ทำออกมาได้ดีกว่าที่คิด ตัวเอเลี่ยนหลายๆ ตัวในภาคแรก แทบจะถอดแบบออกมาจากในมังงะเลย ส่วนฉากแอ็คชั่นนี่ทำออกมาได้สนุก ตื่นเต้นและเร้าใจมากๆ แต่ใครที่คาดหวังจะเห็นฉากเซอร์วิสแจ่มๆ แบบในมังงะ คงต้องผิดหวังกันไปตามๆ กันล่ะนะฮะ เพราะในฉบับคนแสดงนี้ เค้าตัดฉากเซอร์วิสออกไปทั้งหมดเลย ซึ่งก็พอเข้าใจได้ว่าหนังมันไม่ใช่หนังเรท R

ในส่วนของเนื้อหา มีการดัดแปลงไปจากมังงะอยู่เยอะพอสมควร โดยเฉพาะในเรื่องของอุปนิสัยใจคอของตัวละครแต่ละตัว เช่น ตัวละคร Kei Kishimoto (รับบทโดย Natsuna Watanabe) ที่ในฉบับมังงะแทบจะไม่ได้มีบทบาทอะไรมากมายเลย นอกจากออกมาโชว์เซอร์วิสให้นักอ่านได้เลือดกำเดากระฉูดเท่านั้นเอง แต่ในฉบับ Live Action นี้ ถือว่ามีบทบาทมากขึ้นพอสมควร แถมยังมีฉากที่ได้ต่อสู้กับตัวเอเลี่ยนอีกด้วย เป็นต้น ส่วนตัวเอกอย่าง คุโรโนะ และ คาโต้ นี่ไม่ต้องพูดถึงเลย แทบจะเป็นคนละคนกับในมังงะเลยทีเดียว

สรุป >> คอหนังแนวแอ็คชั่น-ไซไฟ หรือหากใครที่เคยอ่านเวอร์ชั่นการ์ตูนมาก่อน แต่ไม่ได้ยึดติดอะไรมากนัก น่าจะสนุกไปกับเรื่องนี้ได้เลยล่ะฮะ



และที่พิเศษสุด สำหรับฉบับที่เข้าฉายในบ้านเราโดยบริษัท เอ็ม พิคเจอร์ส จำกัด นั้น ได้ โดม ปกรณ์ ลัม และวง Nologo ของเขา มาทำหน้าที่ทั้ง Producer, แต่งเพลง และร้องเพลงประกอบภาพยนตร์เรื่องนี้ ในชื่อเพลง “วน” นอกจากนี้ยังได้ กอล์ฟ ปวีณ ภูริจิตปัญญา (จากเรื่อง บอดี้ ศพ#19, สี่แพร่ง ตอน ยันต์สั่งตาย และ ห้าแพร่ง ตอน หลาวชะโอน) มาทำหน้าที่กำกับมิวสิควิดีโอเพลงประกอบภาพยนตร์เพลงนี้ด้วย


ท้ายนี้ ก็ขอฝากเพจไว้ด้วยเช่นเคย คลิกกันเข้าไปอ่านเรื่องอื่นๆ เพิ่มเติมกันได้เลยฮะ

Facebook Comments
japanese movies CDJapan