[รีวิว] Stargirl สาวน้อยผู้นำทีม JSA รุ่นใหม่เพื่อต่อกรกับเหล่าวายร้าย [Series]

[Review] Stargirl (2020-Present)


Stargirl ทีวีซีรีส์แนว Drama Action Superhero จาก DC Universe ที่หยิบเอาตัวละครจาก DC Comics มาสร้าง โดยมี Geoff Johns เป็นผู้ควบคุมงานสร้าง ออกอากาศทางช่อง the CW ซึ่งซีซั่น 1 จะมีจำนวนทั้งหมด 13 ตอน

เนื้อเรื่อง/เรื่องย่อ
เมื่อ 10 ปีก่อน จากการต่อสู้ระหว่างทีม JSA (Justice Society of America) กับทีม ISA (Injustice Society of America) เป็นผลให้สมาชิกของทีม JSA ต้องเสียชีวิตทั้งหมด เหลือเพียง Pat Dugan (รับบทโดย Luke Wilson) คู่หู/ผู้ช่วยของ Starman (รับบทโดย Joel McHale) แต่ก่อนที่ สตาร์แมน จะเสียชีวิต เขาได้ฝากฝังให้ แพต ช่วยให้ดูแลคฑาจักรวาลอาวุธประจำกายของเขา เพื่อมอบให้กับผู้ที่เหมาะสมที่จะสืบทอดเจตนารมณ์ของเขาต่อไป

10 ปีต่อมา ณ ปัจจุบัน แพต ได้แต่งงานกับ Barbara Whitmore (รับบทโดย Amy Smart) ซึ่งต่างฝ่ายต่างก็มีลูกติด 1 คน โดย แพต มีลูกชายที่ชื่อ Mike Dugan (รับบทโดย Trae Romano) ส่วน บาร์บาร่า มีลูกสาวที่ชื่อ Courtney Whitmore (รับบทโดย Brec Bassinger)

และหลังจากที่ทั้งคู่แต่งงานกัน ก็ตัดสินใจย้ายบ้านไปที่เมือง Blue Valley, Nebraska ทั้ง ไมค์ และ คอร์ทนีย์ จึงต้องย้ายโรงเรียนตามมาด้วย โดยที่ คอร์ทนีย์ ไม่ค่อยจะเต็มใจนัก

วันหนึ่ง คอร์ทนีย์ ได้เจอฑาจักรวาลเข้าโดยบังเอิญ เมื่อเธอหยิบมันขึ้นมา ก็ทำให้คฑาจักรวาลเริ่มแสดงอานุภาพอีกครั้ง และดูเหมือนเธอกับคฑาจักรวาลจะเข้ากันได้ดีซะด้วย เธอจึงแอบหยิบมันออกไปเล่นนอกบ้าน

และในคืนนั้นเองที่ คอร์ทนีย์ ได้ก่อเรื่องเข้า จนทำให้ Brain Wave (รับบทโดย Christopher James Baker) 1 ในสมาชิกของกลุ่ม ISA คิดว่า สตาร์แมน คนใหม่มาตามหาพวกเขาถึงเมือง Blue Valley แล้ว เบรนเวฟ จึงเริ่มติดต่อกับสมาชิกกลุ่มคนอื่นเพื่อตามหาและจัดการ สตาร์แมน คนใหม่

ทางด้าน คอร์ทนีย์ ที่เข้าใจว่า สตาร์แมน คือพ่อที่แท้จริงของเธอ เธอจึงพยายามออกตามหากลุ่ม ISA เพื่อแก้แค้นเช่นกัน ท่ามกลางเสียงคัดค้านของ แพต ซึ่งรู้ถึงความน่ากลัวของกลุ่ม ISA แต่ คอร์ทนีย์ ไม่ยอมฟังเสียง และได้เริ่มออกตามหาคนที่เหมาะสมที่จะเข้ามาเป็นสมาชิกทีมสืบทอดพลังต่อจากกลุ่ม JSA ที่เสียชีวิตไป

และแล้วเรื่องราวของกลุ่มวัยรุ่นบ้าพลังจึงเริ่มต้นขึ้น

ความคิดเห็นหลังจากได้ดู
เปิดเรื่องมา 5 นาทีแรกด้วยฉากแอ็คชั่นจัดเต็มที่สนุกมาก ดูมีพลังสุดๆ ซึ่งตลอดทั้งซีซั่นก็เป็นเช่นนั้น คืองานออกแบบฉากแอ็คชั่นทำได้ดีมากๆ ดูสนุก น่าตื่นเต้นและมุมกล้องสวยงามทีเดียว ส่วนงาน CG ทำออกมาได้ดีเลย

หากตัดเรื่องของฉากแอ็คชั่นออกไป นี่มันคือซีรีส์ชีวิตวัยรุ่นดีๆ เรื่องหนึ่งเลยล่ะ กับการค้นหาตัวเองและต้องการการยอมรับจากผู้คนรอบข้าง

ซึ่งพอดูๆ ไปสัก 2-3 ตอน บางทีก็ทำให้รู้สึกหงุดหงิดกับพฤติกรรมต่างๆ ของวัยรุ่นเห่อมอยเหล่านี้เหมือนกันนะ ที่มักจะทำอะไรโดยขาดความยั้งคิด ไม่ฟังคำเตือนของผู้ใหญ่ และก็กลายเป็นว่ามักจะพาตัวเองไปพบกับอันตรายต่างๆ จนได้

แต่พอมาลองย้อนมองถึงตัวเราเองในช่วงวัยรุ่น บางครั้งเราก็มักจะทำอะไรห่ามๆ ไม่ต่างกับเด็กกลุ่มนี้แหละเนอะ

และก็แหงล่ะ เด็กน้อยเพิ่งโตที่เพิ่งได้รับพลังอันยิ่งใหญ่ และยังไม่เคยได้รับการฝึกฝนเพื่อควบคุมพลังของตัวเองเลย จะเอาอะไรไปสู้กับผู้ใหญ่ที่ผ่านประสบการณ์มามากมาย หนำซ้ำความแข็งแกร่งทางด้านจิตใจก็ยังต่างกันอีก

ซีรีส์ชุดนี้จึงเป็นเหมือนการพาคนดูไปเรียนรู้และเติบโตไปพร้อมๆ กับเหล่า JSA รุ่นใหม่นี้กัน

และยังไม่แน่ใจว่า DC’s Stargirl นี้จะอยู่ในจักรวาลเดียวกับซีรีส์อื่นในค่ายอย่าง Titans และ Doom Patrol หรือเปล่านะฮะ ต้องรอชมกันต่อไป (แต่งานด้านภาพและการจัดแสง ค่อนข้างให้อารมรณ์เดียวกันกับ 2 เรื่องที่ว่ามาเลยฮะ)

สรุป >> ใครที่เป็นแฟนซีรีส์จากค่าย DC ไม่ควรพลาดฮะ

ท้ายนี้ ก็ขอฝากเพจไว้ด้วยเช่นเคย คลิกกันเข้าไปอ่านเรื่องอื่นๆ เพิ่มเติมกันได้เลยฮะ

Facebook Comments