[รีวิว] Doom Patrol ซีรีย์เรื่องที่ 2 ของจักรวาล DC Universe

[Review] Doom Patrol (2019-Present)


Doom Patrol ทีวีซีรีย์แนว Superhero เรื่องที่ 2 ของค่าย DC Universe และเป็น Spin-Off ของซีรีย์เรื่อง Titans ที่ออกอากาศไปก่อนหน้านี้ด้วย โดยเนื้อหาดัดแปลงมาจากคอมิกส์ชื่อเรื่องเดียวกันของ DC Comics

ซึ่งก่อนที่ Doom Patrol จะกลายเป็นโปรเจคซีรีย์เดี่ยวของตัวเองนั้น สมาชิกของทีมได้ไปปรากฎตัวเป็นครั้งแรกในซีรีย์เรื่อง Titans ช่วงตอนที่ 4 ของ Season 1

ซีรีย์เรื่องนี้พัฒนาโปรเจคโดย Jeremy Carver (1 ในทีมที่ดูแลโปรเจคซีรีย์เรื่อง Supernatural)

นำแสดงโดย Timothy Dalton (อดีตนักแสดงที่เคยรับบท เจมส์ บอนด์ สายลับ 007), Brendon Fraser (ผู้โด่งดังจากบทนำในไตรภาค The Mummy), Diane Guerrero, Aprill Bowlby, Joivan Wade และ Matt Bomer


เนื้อเรื่อง/เรื่องย่อ
เรื่องราวของคนกลุ่มหนึ่งที่เคยผ่านประสบการณ์ชีวิตอันพิสดารมา จนไม่สามารถที่จะใช้ชีวิตอยู่ในโลกปรกติแบบมนุษย์ธรรมดาได้ พวกเขาได้รับการช่วยเหลือจาก Niles Caulder หรือที่เรียกว่า The Chief (รับบทโดย Timothy Dalton) นายแพทย์และนักวิทยาศาสตร์ที่พาตัวคนเหล่านั้นมาดูแลและเยียวยาทางด้านจิตใจที่คฤหาสน์ของเขา รวมถึงการช่วยฝึกฝนให้คนเหล่านี้สามารถยอมรับและรับมือกับสิ่งที่ตัวเองเป็นอยู่ในปัจุจบัน

วันหนึ่งด้วยความดื้อรั้นของสมาชิกในกลุ่มที่ถูก The Chief ห้ามไม่ให้เปิดเผยตัวตนในที่สาธารณะ จนทำให้เกิดเรื่องวุ่นวายในเมืองและความลับเรื่องการมีตัวตนของพวกเขาจึงถูกเปิดเผยออกมา

เรื่องรู้ถึง Eric Morden หรือที่เรียกว่า Mr. Nobody (รับบทโดย Alan Tudyk) ผู้ที่ยอมทุ่มเทเงินทองให้กับนักวิทยาศาสตร์ฝ่ายนาซีในช่วงปี 2491 เพื่อใช้เทคโนโลยีในการเปลี่ยนแปลงตัวเขาให้กลายเป็นผู้ที่มีพลังเหนือมนุษย์ และคอยตามหา The Chief มาเป็นเวลานาน จนในที่สุดเขาก็ได้พบกับ The Chief และได้ลักพาตัวไปยังมิติพิเศษ

เหล่าสมาชิกที่อยู่ในความดูแลของ The Chief จึงต้องร่วมมือกันออกตามหาและช่วยเหลือเขากลับมาให้ได้ แม้ว่าจะมีบางคนที่ไม่อยากจะมีส่วนเกี่ยวข้องด้วยก็ตาม

สมาชิกในทีมประกอบไปด้วย
Cliff Steel (รับบท/ให้เสียงพากย์โดย Brendon Fraser) นักแข่งรถ NASCAR มืออาชีพผู้โด่งดังในยุค 80 ฝีมือดี อีโก้สูง วันหนึ่งเขาได้เกิอุบัติเหตุสุดสยองจนทำให้เขาเหลือแต่เพียงสมองเท่านั้นที่ยังใช้งานได้ (ร่างกายเหลกเหลว) The Chief จึงตัดสินใจนำสมองของเขาไปใส่ไว้ในหุ่นกระป๋องแทนเพื่อรักษาชีวิตของเขาไว้

Rita Farr (รับบทโดย April Bowlby) ราชินีแห่งวงการภาพยนตร์ฮอลลีวูดยุค 50 ผู้ที่ได้รับอุบติเหตุระหว่างการถ่ายทำหนัง โดยเธอได้ไปสัมผัสกับก๊าซพิษปริศนาบางอย่างในแม่น้ำ ซึ่งมันได้เปลี่ยนแปลงโครงสร้างร่างกายเธอไปตลอดกาล เมื่อใดที่เธอไม่สามารถควบคุมอารมณ์ของเธอได้ ร่างกายของเธอจะค่อยๆ กลายสภาพเป็นเมือกเหลว (สไลม์) ที่มีลักษณะอัปลักษณ์จนทำให้เธอต้องปลีกตัวออกจากสังคม

Larry Trainer (รับบทโดย Matt Bomer) นักบินหนุ่มไฟแรงแห่งกองทัพอากาศสหรัฐอเมริกาในยุค 60 เขาติดโผในรายชื่อนักบินสำรวจดาวอังคาร เขามีชีวิตครอบครัวที่ดี มีศรีภรรยาและลูกๆ ที่น่ารัก แต่เขาก็มีความลับส่วนตัวที่ไม่อาจเปิดเผยได้ วันหนึ่งในขณะที่เขากำลังทดสอบการบินด้วยจรวด X-15 อยู่นั้น ในจังหวะที่จรวดบินขึ้นสู่ระดับชั้นบรรยากาศของโลก เขาได้สัมผัสเข้ากับรังสีคอสมิกปริศนาที่พุ่งเขามาหาเขา ซึ่งส่งผลให้จรวดหยุดการทำงานและร่วงหล่นลงสู่พื้นโลกจนเกิดระเบิดอย่างรุนแรง ไม่มีใครคาดคิดว่าเขาจะรอดชีวิตออกมาได้ แต่เขากลับเดินออกมาจากซากจรวดนั้นราวกับปาฏิหารย์ พร้อมไฟที่กำลังลุกไหม้ท่วมตัวเขาจนเป็นแผลฉกรรจ์  พร้อมกับรังสีคอสมิกดังกล่าวได้ก่อตัวเป็นก้อนพลังงานและอาศัยอยู่ในร่างของเขาตั้งแต่นั้นมา

Jane (รับบทโดย Diane Guerrero) 1 ในบุคลิกหลักของ Kay Challis หญิงสาวที่ผ่านประสบการณ์ชีวิตอันบอบช้ำในจิตใจมาตั้งแต่ช่วงวัยเด็กจนเธอได้สร้างตัวตนใหม่ที่แตกต่างกันขึ้นมาถึง 64 บุคลิกภาพ และแต่ละบุคลิกภาพของเธอก็มีพลังพิเศษกันไปจากการถูกทดลองครั้งแล้วครั้งเล่า

VictorVicStone (รับบทโดย Joivan Wade) เด็กหนุ่มนักกีฬาที่ได้รับการผ่าตัดดัดแปลงเป็นครึ่งคนครึ่งไซบอร์กโดยพ่อของเขา ซึ่งเป็นวิศวกรเครื่องกลเนื่องจากเขาได้ประสบอุบัติเหตุจนร่างกายเสียหายอย่างหนัก และแม่ของเขาต้องตายในเหตุการณ์ครั้งนั้นด้วย และแม้ว่า วิค จะไม่ได้อาศัยอยู่ในคฤหาสน์ของ ไนลส์ เหมือนสมาชิกคนอื่นๆ แต่เนื่องด้วยความผูกพันกับ ไนลส์ ตั้งแต่วัยเด็ก (พ่อของเขากับ ไนลส์ เป็นเพื่อนกัน) เมื่อเขารู้ข่าวการหายตัวไปอย่างลึกลับของ ไนลส์ เขาจึงพยายามกระตุ้นคนอื่นๆ ให้ร่วมกันออกตามหา


ความคิดเห็นหลังดูจบซีซั่นแรก
เป็นซีรีย์จากค่าย DC อีกเรื่องหนึ่งที่มีความเป็นซีรีย์ดราม่ามากกว่าแอ็คชั่นอย่างเห็นได้ชัด ทิศทางของเรื่องก็ดูจะแตกต่างจากซีรีย์แนวซูเปอร์ฮีโร่เรื่องอื่นๆ อยู่พอสมควร เพราะตลอดทั้งซีซั่น ดูเหมือนจะพุ่งไปที่ปมปัญหาในจิตใจและเรียนรู้การควบคุมพลังของตัวละครแต่ละตัวซะมากกว่าที่จะเน้นไปที่ฉากแอ็คชั่น เราจึงจะไม่ได้เห็นการทำตัวเป็นฮีโร่ออกมาต่อสู้กับตัวร้ายมากนัก

นอกจากนี้เรายังจะได้เห็นการเล่นกับ Break The 4th Wall ของตัวละคร Mr. Nobody อีกด้วย

การดำเนินเรื่องก็ไปแบบเรื่อยๆ มีจุดที่พีคๆ อยู่บ้างเป็นประปราย แต่ในความเรื่อยๆ นั้น ก็มีเสน่ห์อะไรบางอย่างที่ชวนให้น่าติดตาม และดูได้สนุกในระดับหนึ่ง

สุดท้ายนี้ ก็ขอฝากเพจไว้ด้วยเช่นเคย คลิกกันเข้าไปอ่านเรื่องอื่นๆ เพิ่มเติมกันได้เลยฮะ

Facebook Comments
japanese movies CDJapan