[รีวิว] Godzilla เวอร์ชั่น 2014 สู่ปฐมบทแห่ง Monster Verse

[Reivew] Godzilla: ก็อดซิลล่า (2014)


Godzilla: ก็อดซิลล่า (2014) กับการคืนชีพให้กับเจ้าสัตว์ประหลาดยักษ์ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของค่าย Toho (ญี่ปุ่น ) ภายใต้การกำกับของ Gareth Edwards ซึ่งเขียนบทโดย David Callaham (Story) และ Max Borenstein (Screenplay) และนี่คือภาพยนตร์ตัวแรกของค่าย Legendary ที่ทำมาเพื่อเปิดจักรวาลสัตว์ประหลาดหรือ Monster Verse

เนื้อเรื่อง / เรื่องย่อ
หนังเปิดเรื่องด้วยบทบรรยายถึงช่วงยุคปี 1954 ที่มีการปล่อยข่าวถึงเรื่องการทดสอบยิงขีปนาวุธนิวเคลียร์ของชาติต่างๆ ซึ่งอันที่จริงแล้ว เบื้องหลังของการยิงนิวเคลียร์ในครั้งนั้น กลับไม่ใช่การทดสอบอาวุธแต่อย่างใด แต่มันคือการยิงนิวเคลียร์เพื่อทำลายล้างอะไรบางอย่าง

ตัดมาในช่วงปี 1999 นักวิทยาศาสตร์ของบริษัท Monarch ซึ่งนำทีมโดย Dr. Ishiro Serizawa (รับบทโดย Ken Watanabe) และ Dr. Vivienne Graham (รับบทโดย Sally Hawkins) ได้เข้าทำการศึกษาและตรวจสอบซากฟอสซิลยักษ์ปริศนา 2 ชิ้นที่ขุดค้นพบเจอโดยบังเอิญในขณะที่กำลังทำเหมืองแร่ยูเรเนี่ยมในประเทศฟิลิปปินส์

ในระหว่างที่ทำการตรวจสอบอยู่นั้น สิ่งมีชีวิตลึกลับตัวหนึ่งได้ตื่นขึ้นจากซากฟอสซิลดังกล่าว และได้เดินทางลงสู่ทะเล โดยมีทิศทางการเคลื่อนไหวไปยัง Janjira โรงงานไฟฟ้านิวเคลียร์ในประเทศญี่ปุ่น และนั่นเอง จึงเป็นเหตุให้เกิดเหตุการณ์แผ่นดินไหวอย่างไม่ปรกติไปทั่วหมู่เกาะญี่ปุ่น ส่งผลให้โรงงานไฟฟ้านิวเคลียร์ Janjira เกิดการระเบิด ทำให้บริเวณดังกล่าวปนเปื้อนไปด้วยสารกัมมันตภาพรังสี จนต้องอพยพผู้คนออกจากเมือง Janjira

15 ปีต่อมา ปี 2014 ในระหว่างที่ Ford Brody (รับบทโดย Aaron Taylor-Johnson) นายทหารฝ่ายสรรพาวุธของกองทัพเรือสหรัฐอมเริกา กำลังจะเดินทางกลับบ้านหลังจากเสร็จสิ้นภาระกิจ โดยมีภรรยาและลูกชายของเขารออยู่นั้น (รับบทโดย Elizabeth Olsen และ Carson Bolde) เขาได้รับแจ้งจากเจ้าหน้าที่ของประเทศญี่ปุ่น ว่า Joseph Brody (รับบทโดย Bryan Cranston) พ่อของเขา ได้ทำการบุกรุกเข้าไปยังเขตกักกันของ Janjira จึงทำให้ ฟอร์ด ต้องเดินทางไปยังประเทศญี่ปุ่นเพื่อรับตัว โจ พ่อของเขาออกมา

เหตุผลที่ โจ พยายามเข้าไปยังบริเวณเขตกักัน Janjira เนื่องจากเขาต้องการจะค้นหาปริศนาของการเกิดแผ่นดินไหวครั้งใหญ่ที่ทำให้โรงงานไฟฟ้านิวเคลียร์ระเบิดในปี 1999 ให้ได้ เพราะเขาเชื่อว่า แผ่นดินไหวในครั้งนั้นไม่ได้เกิดขึ้นเองโดยธรรมชาติ แต่เป็น อะไร สักอย่างที่เป็นต้นเหตุ

และเมื่อพวกเขาได้กลับเข้าไปยังบริเวณเขตกักกัน พวกเขาจึงได้พบว่าในตอนนี้บริเวณดังกล่าวไม่ได้มีการปนเปื้อนของสารกัมมันตภาพรังสีอีกแล้ว และสถานที่ที่เคยเป็นโรงงานไฟฟ้านิวเคลียร์นั้น ก็ได้กลายเป็นสถานที่ทดลองทางวิทยาศาสตร์ของบริษัท โมนาร์ซ ที่กำลังทำการทดลองและตรวจสอบดักแด้ขนาดยักษ์ชนิดหนึ่งอยู่

ในระหว่างนั้นเองที่จู่ๆ สิ่งมีชีวิตตัวหนึ่งที่อยู่ในดักแด้ก้อนนั้นได้ตื่นขึ้นจากการจำศีลและออกอาละวาดไปทั่ว ทางกองทัพสหรัฐอเมริกาจึงต้องปฏิบัติการร่วมกับบริษัท โมนาร์ซ ในการกำจัดสิ่งมีชีวิตยักษ์ตัวนี้ที่ถูกเรียกว่า MUTO ให้ได้

หลังจากที่ MUTO ได้โผล่ขึ้นมาบนพื้นดินแล้ว มันได้ทำการส่งสัญญาณชนิดหนึ่งออกมา ซึ่งคาดการกันว่ามันกำลังส่งสัญญาณเรียกหาบางสิ่งบางอย่างอยู่ ซึ่งสิ่งนั้นคืออะไร ต้องไปชมกันเอาเองนะฮะ ไม่เล่าต่อแล้ว

ความคิดเห็นหลังจากดูจบ
ถือว่าเป็นงานเปิด Monster Verse ที่ดีเลยฮะ  แม้ว่าฉากการปะทะกันของ Godzilla และ MUTOs จะไม่มากเท่าไหร่ แต่ทุกฉากทำออกมาได้สะใจและบันเทิงมาก งาน CG ก็ทำออกมาได้สวยงามและดูเนียนมากเลยฮะ

ฉากที่ประทับใจใหญ่ๆ เลย มี 2 ฉาก ก็คือ ฉากการกรีดร้องครั้งแรกของพี่ก็อด กับฉากการยิง Atomic Breath ใส่เจ้าตัว มูโต้ เรียกได้ว่าตอนเห็นครั้งแรกนี่แทบกรี๊ดเลยทีเดียว

แต่สิ่งที่ถือว่าเป็นจุดเสียของภาพยนตร์เรื่องนี้เลยก็คือ บทของตัวละครที่เป็นมนุษย์ทั้งหลาย แลดูไม่ค่อยมีมิติ และไม่ค่อยจะมีประโยขน์อะไรมากมายต่อการเดินเรื่องเท่าไหร่ ความดราม่าในหนังก็ใส่มาได้ไม่สุด จึงทำให้ในหลายๆ ฉากดูจะค่อนข้างน่าเบื่อไปบ้าง

สรุป >> โดยรวมถือว่าเป็นหนังที่ดูสนุกและบันเทิงดีนะ เอามันส์ได้ในระดับหนึ่ง จึงไม่แปลกที่จักรวาลนี้จะได้ไปต่อเรื่อยๆ

ท้ายนี้ ก็ขอฝากเพจไว้ด้วยเช่นเคย คลิกกันเข้าไปอ่านเรื่องอื่นๆ เพิ่มเติมกันได้เลยฮะ

Facebook Comments
japanese movies CDJapan