[รีวิว] Supergirl การผจญภัยของสาวน้อยจอมพลังจากดาวคริปตัน [Series]

[Review] Supergirl (ซูเปอร์เกิร์ล สาวน้อยจอมพลัง) [2015-2021]


Supergirl (ซูเปอร์เกิร์ล สาวน้อยจอมพลัง) ทีวีซีรีส์แนวซูเปอร์ฮีโร่ที่นำคาแรคเตอร์จากตัวการ์ตูนของค่าย DC Comics นำมาตีความใหม่และพัฒนาโดยทีมโปรดิวเซอร์อย่าง Ali Adler, Greg Berlanti และ Andrew Kreisberg

โดยในซีซั่นแรกนั้นออกอากาศทางช่อง CBS ก่อนจะย้ายไปออกอากาศทางช่อง the CW ตั้งแต่ซีซั่น 2 เป็นต้นไป

มีจำนวนทั้งหมด 6 Season รับชมได้ทางช่อง NETFLIX

เนื้อเรื่อง/เรื่องย่อ
เรื่องราวเริ่มจากในช่วงวัยเด็ก (ช่วงอายุ 12 ปี) ของ Kara Zor-El (รับบทโดย Melissa Benoist) ที่ถูก Zor-El และ Alura พ่อแม่ของเธอส่งให้มาติดตามและดูแล Kal-El ลูกพี่ลูกน้องของเธอที่ยังอยู่ในวัยทารก ซึ่งกำลังถูกนำขึ้นยานอวกาศเพื่อส่งมายังโลกมนุษย์ ก่อนที่ดาวคริปตันจะระเบิด

แต่ในระหว่างที่ยานอวกาศของ คาร่า กำลังจะหลุดพ้นจากวงโคจรของดาวคริปทอนนั้น ดาวคริปตันก็เกิดการระเบิดขึ้น และผลจากแรงระเบิดนั้น ก็ทำให้ยานอวกาศของ คาร่า หลุดเข้าไปติดอยู่ใน Phantom Zone ซึ่งเป็นพื้นที่ห้วงมิติอีกมิติหนึ่งที่ไม่มีผลกระทบในเรื่องของเวลา จึงทำให้ตลอดช่วงเวลาที่ คาร่า ติดอยู่ในนั้น ไม่ได้เติบโตขึ้นเลย

เป็นเวลากว่า 24 ปี กว่าเธอจะหลุดออกมาจาก แฟนท่อม โซน ได้และเดินทางต่อมายังโลกเพื่อดำเนินภาระกิจในการดูแล คาเอล ตามความตั้งใจเดิม แต่เมื่อเธอมาถึงยังโลก เธอก็ได้พบว่า คาเอล ที่เธอจะต้องคอยดูแลนั้นได้เติบโตกลายเป็นผู้ใหญ่ และกลายเป็นฮีโร่ของโลกในนามของ Superman ไปซะแล้ว (ในขณะที่เธอยังมีอายุเพียงแค่ 12 ปี เช่นเดิม)

และนั่นเอง ที่ทำให้เธอต้องกลายเป็นคนที่ถูกดูแลซะเอง

คาเอล พาเธอไปฝากไว้กับ Jeremiah Danvers (รับบทโดย Dean Cain ผู้ที่เคยรับบท Clark Kent / Superman ในซีรีส์ชุด Lois & Clark: The New Adventures of Superman) และ Eliza Danvers (รับบทโดย Helen Slater ผู้ที่เคยรับบท Supergirl ในเวอร์ชั่น the Movie ปี 1984) ครอบครัวของนักวิทยาศาสตร์ที่ คาเอล ไว้วางใจเพื่อเลี้ยงดูให้เธอเติบโตอย่างคนปรกติ

ซึ่งในช่วงแรกที่เธออาศัยอยู่กับครอบครัวนี้ เธอมักจะมีปัญหาที่ไม่สามารถเข้ากันได้กับวิถีชีวิตบนโลกมนุษย์ และการที่เธอต้องคอยเก็บซ่อนพลังเหนือมนุษย์นั้น ทำให้เธอผ่านชีวิตในวัยเด็กมาได้อย่างยากลำบากทีเดียว แต่โชคดีที่เธอมี Alex Danvers (รับบทโดย Chyler Leigh) ลูกสาวคนเดียวของครอบครัว Danvers มาช่วยดูแลในฐานะพี่สาว

จนกระทั่งผ่านไป 11 ปี คาร่า แดนเวอร์ส ได้เติบโตเป็นผู้ใหญ่และทำงานเป็นที่ปรึกษาของ Cat Grant (รับบทโดย Calista Flockhart) เจ้าของกิจการธุรกิจด้านสื่อพันล้านอย่าง Cat Co และมีเพื่อนสนิท 2 คนคือ Winslow “Winn” Schott, Jr. (รับบทโดย Jeremy Jordan) และ James Olsen (รับบทโดย Mehcad Brooks)

ในวันหนึ่งระหว่างที่ อเล็กซ์ กำลังออกเดินทางนั้น เครื่องบินที่เธอนั่งก็เกิดเหตุระเบิด ทำให้ คาร่า ต้องตัดสินใจบินออกไปช่วยเหลือ และนั่นเองคือการเปิดตัวครั้งแรกในฐานะซูเปอร์ฮีโร่คนใหม่ของเมือง National City และเรื่องราวหลังจากนั้น ก็เป็นการผจญภัยในภาระกิจต่างๆ ในฐานะของ ซูเปอร์เกิร์ล

ความรู้สึกหลังจากได้ดู
ก็ถือว่าทำได้น่าติดตามในระดับหนึ่ง ดูสนุก ตื่นเต้น และลุ้นระทึกตามไปได้ในหลายๆ ตอน แต่โดยภาพรวมแล้ว วิธีการเล่าเรื่องไม่ค่อยจะเข้มข้นสักเท่าไหร่นัก ทั้งๆ ที่ประเด็นหลักในหลายๆ ซีซั่นที่ต้องการจะเล่านั้น มีความสนใจมากๆ แถมถ้ามองลึกๆ แล้วยังสะท้อนไปถึงเรื่องของการเมืองและมนุษยธรรมกันเลย

และด้วยวิธีการเล่าเรื่องและดำเนินเรื่องแบบนี้นี่เอง กลายเป็นว่าจากประเด็นหนักๆ จึงออกมาดูแล้วเบาหวิวไปเลย ไม่ได้มีความตึงเครียดและซีเรียสเหมือนอย่างใน Arrow และไม่ได้มีความซับซ้อนของเนื้อเรื่องเหมือนอย่างใน the Flash (อารมณ์จะคล้ายๆ กับซีรีส์เรื่อง Legends of Tomorrow) ซึ่งโดยส่วนตัวมองว่าน่าเสียดายไปหน่อย

และด้วยความที่เป็นซีรีส์พลังหญิง เราจึงจะได้เห็นถึงบทบาทความสำคัญในหน้าที่การงานและการถ่ายทอดมุมมองความคิดของผู้หญิงค่อนข้างมาก ซึ่งตรงจุดนี้ น่าจะโดนใจผู้หญิงหลายๆ คนนะ

แต่สิ่งที่เป็นจุดด้อยอย่างเห็นในชัดเลยคือเรื่องของฉากแอ๊คชั่น ฉากการต่อสู้แบบประชิดตัว ที่ทำออกมาได้ไม่ค่อยดีเท่าไหร่ แลดูไม่สมจริงเท่าไหร่ โดยเฉพาะตอนต้นซีซั่นนี่จะเห็นได้ชัดมาก แต่หลังๆ ก็เริ่มดีขึ้นตามลำดับ

ในซีรีส์ชุดนี้เรายังมีโอกาสได้พบกับ Clark Kent / Superman (รับบทโดย Tyler Hoechlin) และ Lois Lane (รับบทโดย Elizabeth Tulloch) อีกด้วย

โดย Clark Kent / Superman จะปรากฎตัวครั้งในแรกใน Season 2 เป็นการต้อนรับการย้ายมาออกอากาศทางช่อง the CW และ Lois Lane ปรากฎตัวครั้งแรกในซีรีส์ The Flash Season 5 ตอนที่ 9 (Elseworlds, Part 1)

สิ่งหนึ่งที่น่าเสียดายอย่างที่สุด นั่นคือเนื่องจากทีวีซีรีส์ชุดนี้ ออกอากาศทางช่อง CBS จึงทำให้ซีรีส์ชุด ซูเปอร์เกิร์ล นี้ (รวมไปถึงคาแรคเตอร์ของตัวละครทั้งหมดจากเรื่อง ซูเปอร์แมน ด้วย) จะอยู่คนละจักรวาลกับซีรีส์เรื่องก่อนหน้านี้อย่าง Arrow, the Flash และ Legends of Tomorrow (ที่เรียกกันใน ArrowVerse ว่า Earth-1) ซึ่งออกอากาศทางช่อง the CW และใน ArrowVerse นั้น จะเรียกจักรวาลของ ซูเปอร์เกิร์ล นี้ว่า Earth-38

อย่างไรก็ดี ด้วยความที่ทีมผู้สร้างหลักของจักรวาลทีวีซีรีส์ทั้ง 4 เรื่องนี้ (Arrow, the Flash, Legends of Tomorrow และ Supergirl) เป็นทีมสร้างเดียวกัน ดังนั้นจึงยังสามารถสร้าง Event พิเศษ สำหรับนำตัวละครหลักจากทั้ง 4 ซีรีส์นี้ มา Crossover กันได้ในบางครั้ง ให้เหล่าสาวกได้ตื่นเต้นกันไป

Crossover Event
Crossover Event

ซึ่งการ Crossover เล็กๆ เป็นครั้งแรกของ ซูเปอร์เกิร์ล นั้น เป็นการพบกันของ ซูเปอร์เกิร์ล และ เดอะแฟลช ใน Supergirl Season 1 Episode 18

Supergirl meet the Flash First time

และแม้ว่าตั้งแต่ Season 2 จะย้ายไปอยู่กับช่อง the CW แล้วก็ตาม แต่เมื่อมันคนละจักรวาลกันแล้วตั้งแต่ต้น ก็ต้องเป็นไปตามนั้นต่อไป หรือในภายภาคหน้า อาจจะมีการส่งให้เจ้า แบร์รี่ อัลเลน หรือ the Flash เข้าไปป่วน แล้วยุบรวมจักรวาลมันซะก็เป็นได้)

เรื่องนี้ Melissa Benoist สวยน่ารักและมีเสน่ห์มากกกกกกกกกๆ ออร่ามาเต็มเลยจริงๆ หลงรักเธอเลยอ่ะ

Supergirl (ซูเปอร์เกิร์ล สาวน้อยจอมพลัง)

สรุป >> ให้ไป 7.5 เต็ม 10 นะฮะ ซึ่งถ้าคุณจะติดตามชมซีรีส์ตระกูล ArrowVerse ให้รู้เรื่องและดูสนุกขึ้นแล้วละก็ นี่คือ 1 ในซีรีส์ที่คุณต้องดูเลยล่ะ

ท้ายนี้ ก็ขอฝากเพจไว้ด้วยเช่นเคย คลิกกันเข้าไปอ่านเรื่องอื่นๆ เพิ่มเติมกันได้เลยฮะ

Facebook Comments